รู้ทันชีอะฮฺ กับ rihgt-shiah.net
31. เหตุใดท่านอลีจึงไม่เรียกร้องตำแหน่งคอลีฟะฮฺ ?
31. ทั้งอะฮฺลุซซุนนะหฺวัลญะมาอะฮฺและชีอะฮฺทุกกลุ่มทุกลัทธิ มีมติเอกฉันท์ว่า ท่านอลีบิน อบีฏอลิบเป็นผู้ที่กล้าหาญที่สุด หากเป็นหลักการศาสนาของอัลลอฮฺแล้วท่านไม่เคยที่เกรงกลัวผู้ใด และความกล้าหาญนี้อยู่กับท่านตลอดเวลาตั้งแต่ท่านเกิดจนกระทั่งท่านได้ถูกฆ่าโดยน้ำมือของอิบนุมัลญัม และเป็นที่รู้กันว่าชีอะฮฺได้ประกาศเสมอว่าท่านอลีคือผู้ที่ได้รับการสั่งเสียจากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ให้เป็นคอลีฟะฮฺภายหลังที่ท่านเสียชีวิต
คำถามคือ เหตุใดท่านอลีจึงได้ให้สัตยาบันแก่ท่านอบูบักรฺในการเป็นคอลีฟะฮฺ? เพราะความกล้าหาญของท่านอลีได้หมดลงหลังจากที่ท่านนบีได้เสียชีวิตกระนั้นหรือ? และภายหลังท่านยังได้ให้สัตยาบันแก่ท่านอุมัรบินอัลค็อฏฏอบและท่านอุสมานบินอัฟฟาน ? ท่านอลีได้ไร้ความสามารถถึงขั้นที่ไม่กล้าขึ้นประกาศบนแท่นมินบัรท่านนบีแม้แต่ครั้งเดียวว่าท่านได้ถูกยึดซึ่งตำแหน่งคอลีฟะฮฺ ทั้งๆ ที่ท่านคือผู้ที่มีสิทธิ์อย่างแท้จริงในตำแหน่งนี้เราจะปกป้องบรรดาศ่อฮาบะฮฺของท่านนบีอย่างไร 1
บันทึกการอบรมโครงการ “เราจะปกป้องบรรดาศ่อฮาบะฮฺของท่านนบีอย่างไร”
จัดโดย สมาพันธ์เครือข่ายผู้รักอะฮฺลุลบัยตฺ และศ่อฮาบะฮฺ
วันที่ 18-19 มิถุนายน 2554
ณ ห้องอีสกานดา โรงแรมรีเจนท์ รามคำแหง 22 กรุงเทพมหานคร
29. บรรดาสตรีจะไม่รับมรดกที่เป็นอสังหาริมทรัพย์แต่อย่างใด !?
29. อัลกุลัยนียฺยังได้ตั้งหัวข้อหนึ่งในหนังสือ “อัลกาฟียฺ” ใช้ชื่อหัวข้อว่า “แท้จริงบรรดาสตรีจะไม่รับมรดกที่เป็นอสังหาริมทรัพย์แต่อย่างใด” โดยได้รายงานจากอบูญะอฺฟัรกล่าวว่า “บรรดาสตรีจะไม่รับมรดกที่เป็นที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์อื่นๆแต่อย่างใด” (*1*)
อัฏฏูซียฺได้รายงานในหนังสือ “อัตตะหฺซีบ” (*2*) จากมุยัซซัรกล่าวว่า “ฉันได้ถามอบูอับดุลลอฮฺถึงสิทธิของสตรีในมรดก?” เขาตอบว่า “สำหรับพวกนางนั้นจะได้รับมรดกที่เป็นอิฐและดินทรายและไม้และชานอ้อย(ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ใช้ก่อสร้าง) แต่ที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์นั้นพวกนางจะไม่มีสิทธิใดๆ” และอีกรายงานจาก มุฮัมมัด บินมุสลิม รายงานจากอบูญะอฺฟัรได้กล่าวว่า “บรรดาสตรีจะไม่ได้รับมรดกในที่ดินหรือจากอสังหาริมทรัพย์แต่อย่างใด” และจากอับดุลมาลิกบิน อะอฺยุนได้รายงานจากคนหนึ่งในสองท่าน(คืออัลฮะซันและอัลฮุเซน)ได้กล่าวว่าศ่อฮาบะฮฺและอะฮฺลุลบัยตฺ ไม่ถูกกันจริงหรือ ?
มีคนกลุ่มหนึ่งบอกว่า เศาะฮาบะฮฺกับอะฮฺลุลุบัยตฺไม่ถูกกัน เราจำเป็นต้องเลือกกลุ่มหนึ่งจากสองกลุ่มนี้ เราจะตอบ(ชี้แจง)อย่างไร (เคาะวาริจญฺ,ความขัดแย้งในยุคท่านอุษมานและท่านอะลี, อามุลญะมาอะฮฺ, อับดุลลอฮฺ อิบนุสะบะอฺ)
ตอบโดย ชัยคฺริฎอ อะหมัด สมะดี
สมาพันธ์ฯ จัดเดาเราะห์ครั้งที่ 3 "ชำระประวัติศาสตร์" คนร่วมงานแน่น
เมื่อวันที่ 14 มกราคมที่ผ่านมาเวลาประมาณ 9.00 น. ณ ห้องอิสการดา โรงแรมรีเจ้นท์ รามคำแหง สมาพันธ์เครือข่ายผู้รักอะฮฺลุลบัยตฺ และศ่อฮาบะฮฺ ได้จัดอบรมพิเศษในห้วข้อ "ชำระประวัติศาสตร์" โดยมีพี่น้องให้ความสนใจร่วมกิจกรรมจำนวนมาก โดยมีการชี้ให้เห็นถึงการบิดเบือนประวัติศาสตร์ของกลุ่มชีอะห์ และการไม่ตรวจสอบของนักวิชาการบางคนที่ไปนำการรายงานของชีอะห์มาใช้อ้างอิง
โดย เชคริฏอ อะหมัด สมะดี เลขาธิการสมาพันธ์ฯ ได้เป็นวิทยากรให้ความรู้กับผู้ร่วมอบรม ซึ่งได้ชี้ให้เห็นถึงความบิดเบือนที่เกิดขึ้นในตำราของกลุ่มชีอะห์
23. เหตุใดคุณสมบัติแห่งอิมามะฮฺจึงขาดตอนไปจากลูกหลานของท่านอัลฮุเซน
23. เป็นที่รู้ว่าท่านอัลฮะซันคือลูกชายท่านอลีและมารดาคือท่านหญิงฟาฏิมะฮฺ ซึ่งชีอะฮฺกล่าวว่าท่านเป็นหนึ่งในชาวกิซาอฺ (กิซาอฺเป็นเครื่องนุ่งห่มชนิดหนึ่งซึ่งท่านนบีได้นำอัลฮะซัน อัลฮุเซน ฟาฏิมะฮฺ และอลีให้เข้าไปในกิซาอฺและอ่านอายะฮฺ
إِنَّمَا يُرِيدُ اللَّـهُ لِيُذْهِبَ عَنكُمُ الرِّجْسَ أَهْلَ الْبَيْتِ وَيُطَهِّرَكُمْ تَطْهِيرًا ความว่า อัลลอฮฺเพียงแต่ต้องการที่จะขจัดความโสโครกออกไปจากพวกเจ้า โอ้สมาชิกของวงศ์ตระกูล (นะบี) เอ๋ย และทรง (ประสงค์)ที่จะขัดเกลาพวกเจ้าให้สะอาดบริสุทธิ์) (อัลอะหฺซาบ 33 33) และชีอะฮฺอ้างท่านอัลฮะซันเป็นผู้ที่มะอฺศูม คำถามคือ เหตุใดคุณสมบัติแห่งการเป็นอิหม่ามหรืออิมามะฮฺตามทัศนะของชีอะฮฺได้ขาดตอนไปจากลูกหลานของท่านอัลฮุเซนอัลกุรอานบางส่วนหายไปจริงหรือ ?
ตอบโดย ชัยคฺริฎอ อะหมัด สมะดี
คือผมได้เข้าไปที่เวปหนึ่งแล้วเจอข้อความว่า
عن عروة بن الزبير عن عائشة قالت : كانت سورة الأحزاب تقرأ في زمن النبي مائتي آية فلما كتب عثمان المصاحف لم نقدر" منها إلا ما هو الآن "
21. ท่านนบีเคยสุญูดบนดินแห่งฮุเซนหรือไม่
21. ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮฺอะลัยฮิวะสัลลัม ได้เคยสุญูดบนดินแห่งฮุเซนหรือไม่ คำตอบคือไม่เคย แล้วเหตุใดชีอะฮฺถึงได้อุตริสิ่งนี้ขึ้นมา ชีอะฮฺมีความประเสริฐกว่าท่านนบีหรืออย่างไร ? (ตามรายงานของชีอะฮฺได้ระบุว่า ท่านญิบรีล อะลัยฮิสสลาม ได้มาหาท่านนบี ศ็อลลัลลอฮฺอะลัยฮิวะสัลลัม พร้อมกับหนึ่งกำมือจากดินกัรบะลาอฺ
19. ชีอะฮฺกล่าวหาว่าบรรดาคอลีฟะฮฺอัรรอชิดีนทั้งสามท่านเป็นกาเฟร
19. ชีอะฮฺกล่าวหาว่าบรรดาคอลีฟะฮฺอัรรอชิดีนทั้งสามท่านก่อนหน้าท่านอลีทั้งหมดเป็นกาเฟร แล้วเหตุใดอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ทรงสนับสนุนช่วยเหลือพวกเขาให้พิชิตดินแดนต่างๆมากมาย ในสมัยการปกครองของพวกท่าน ศาสนาอิสลามได้สูงส่งมีเกียรติมีศักดิ์ศรีและมั่นคงแข็งแรงอย่างยิ่ง จนกระทั่งในประวัติศาสตร์อิสลามไม่มีสมัยใดที่ศาสนาจะสูงส่งเท่าสมัยของพวกท่าน แล้วเช่นนี้จะสอดคล้องกับบทบัญญัติของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ที่พระองค์จะไม่สนับสนุนให้ความช่วยเหลือกาเฟรและบรรดามุนาฟิก(ผู้กลับกลอก)
18. ท่านอลีกล่าวว่า “ผู้ที่ประเสริฐที่สุดในประชาชาตินี้ถัดจากท่านนบีคือ อบูบักรและอุมัร”
18. เมื่อ ท่านอลี บินอบีฏอลิบ ได้ดำรงตำแหน่งคอลีฟะฮฺ เราไม่พบว่าท่านอลีได้กระทำสิ่งที่สวนทางกับคอลีฟะฮฺอัรรอชิดีนทั้งสามก่อนหน้าท่าน ท่านอลีมิได้นำอัลกุรอานอื่นมาใช้ นอกจากอัลกุรอานสมัยท่านนบีและคอลีฟะฮฺทั้งสาม และท่านอลีมิได้ตำหนิหรือคัดค้านคอลีฟะฮฺทั้งสามแต่อย่างใด แต่ท่านกลับกล่าวบนแท่นมิมบัร(ธรรมาสน์สำหรับเทศนาหรือกล่าวคุตบะหฺหรือสุนทรพจน์) ว่า “ผู้ที่ประเสริฐที่สุดในประชาชาตินี้ถัดจากท่านนบีคืออบูบักร และอุมัร”
ชีอะฮฺคือใคร เกิดขึ้นเมื่อไหร่ ทำไมจึงถือว่าเป็นกาฟิรฺ?
ตอบโดย ชัยคฺริฎอ อะหมัด สมะดี
17. เหตุใดท่านอลีจึงให้สัตยาบันต่อท่านอบูบักร อุมัรและอุสมาน
17. หากท่านอลี บินอบีฏอลิบ รู้ดีว่าตัวท่านเป็นคอลีฟะฮฺที่ถูกระบุและกำหนดจากอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา แล้วเหตุใดท่านถึงได้ให้สัตยาบันต่อท่านอบูบักร อุมัรและอุสมาน
หากชีอะฮฺอ้างว่าเพราะท่านอลีอยู่ในสภาพที่ไร้ความสามารถและอ่อนแอ อย่างนั้นแล้วผู้ที่ไร้ความสามารถจะเป็นผู้นำได้อย่างไร ผู้อ่อนแอย่อมขาดคุณสมบัติอิมามะหฺ เพราะคนที่จะเป็นผู้นำหรือคอลีฟะฮฺของอัลลอฮฺนั้นต้องเป็นคนที่มีความสามารถที่จะรับผิดชอบภาระกิจหน้าที่อันหนักอึ้งของตำแหน่งนี้ หากชีอะฮฺอ้างว่าท่านอลีมีความสามารถแต่ท่านไม่ประสงค์ที่จะทำ สิ่งนี้ถือเป็นการทรยศอย่างใหญ่หลวง และคนทรยศไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็นอิหม่ามหรือผู้นำ11. การร้องไห้คร่ำครวญ(เสียงดัง)นั้นเป็นการกระทำของญาฮิลียะหฺ
11. อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ตรัสว่า
وَبَشِّرِ الصَّابِرِينَ ﴿١٥٥﴾ الَّذِينَ إِذَا أَصَابَتْهُم مُّصِيبَةٌ قَالُوا إِنَّا لِلَّـهِ وَإِنَّا إِلَيْهِ رَاجِعُونَ ﴿١٥٦﴾ أُولَـٰئِكَ عَلَيْهِمْ صَلَوَاتٌ مِّن رَّبِّهِمْ وَرَحْمَةٌ ۖ وَأُولَـٰئِكَ هُمُ الْمُهْتَدُونَ ﴿١٥٧﴾ ความว่า “และจงแจ้งข่าวดีแก่บรรดาผู้ที่อดทน คือบรรดาผู้ที่เมื่อมีเคราะห์ร้ายมาประสบแก่พวกเขา พวกเขาก็กล่าวว่า แท้จริงพวกเรา เป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮฺ และแท้จริงพวกเราจะกลับไปยังพระองค์” (อัลบะเกาะเราะฮฺ 2:155-157) และ وَالصَّابِرِينَ فِي الْبَأْسَاءِ وَالضَّرَّاءِ وَحِينَ الْبَأْسِ ความว่า “และบรรดาผู้ที่อดทนในความทุกข์ยาก และในความเดือดร้อน และขณะต่อสู้ในสมรภูมิ” (อัลบะเกาะเราะฮฺ 2:177)ท่าน "อบูบักร อัศ-ศอดี้ก" ไม่คู่ควรที่จะเป็นเคาะลีฟะฮฺ จริงหรือ ?
มีคนบอกว่าท่านอบูบักร อัศศิดดี๊ก ไม่สมควรเป็นเคาะลีฟะฮฺ แต่ควรเป็นท่านอะลีมากกว่า เราในฐานะอะฮฺลุซซุนนะฮฺวัลญะมาอะฮฺควรตอบอย่างไร ?
ตอบโดย ชัยคฺ ริฎอ อะหฺมัด สมะดี
10. "อุมัร" อยู่ในรายชื่อของบรรดาผู้รายงานฮะดีษแก่ชีอะฮฺ
10. ในเล่มแรกของหนังสืออัลกาฟียฺ ได้ระบุรายชื่อของบรรดาผู้รายงานฮะดีษแก่ชีอะฮฺจากท่านนบีและคำโอวาทของบรรดาอะหฺลุลบัยตฺ ซึ่งในบรรดารายชื่อเหล่านั้นได้มีชื่อ มุฟัฏฏ็อล บินอุมัร บินอัลค็อฏฏอบ, อะหฺมัด บินอุมัรบินอัลค็อฏฏอบ, อุมัร บินอะบาน, อุมัร บินอุซัยนะหฺ, อุมัร บินอับดุลอะซีซ, อิบรอฮีม บินอุมัร, อุมัร บินฮันเซาะละหฺ, มูซา บินอุมัร, อัลอับบาส บินอุมัร ซึ่งทุกชื่อล้วนแล้วมีชื่ออุมัรอยู่ ไม่ว่าจะเป็นชื่อผู้รายงานหรือชื่อบิดา คำถามจึงมีอยู่ว่า ทำไมพวกเขาถึงได้ตั้งชื่ออุมัร?
9. มุศฮัฟฟาฏิมะฮฺคือมุศฮัฟที่มีเนื้อหามากกว่าอัลกุรอานของพวกพวกซุนนีสามเท่า
9. อัลกุลัยนียฺได้เขียนในหนังสือ “อัลกาฟียฺ” (อุศูลุลกาฟีย์ โดยอัล-กุลัยนีย์ (1/239)) อีกว่า เราได้รับรายงานหลายกระแสจากคนของเราซึ่งได้รายงานจากอะหฺมัดบินมุฮัมมัด จากอับดุลลอฮฺบินอัลฮัญญาล จากอะหฺมัดบินอุมัรอัลฮะละบียฺ จากอบีบะศีรได้กล่าวว่า “ฉันได้เขาไปหาอบูอับดุลลอฮฺ(คือท่านอัลฮุเซน) และกล่าวกับท่านว่า “ฉันขอถวายตัวฉันให้แด่ท่าน ฉันอยากถามปัญหาหนึ่ง แต่ฉันกลัวว่าคนอื่นจะรู้” ท่านอบูอับดุลลอฮฺได้แหวกม่านและได้มองมายังฉันและกล่าวว่า “โอ้ อบูมุฮัมมัดจงถามสิ่งที่เจ้าอยากถามเถิด” เขาจึงกล่าวว่า “ฉันขอถวายตัวข้าให้แด่ท่าน” ....จากนั้นท่านเงียบไปช่วงระยะเวลาหนึ่ง และได้กล่าวว่า “แท้จริงเรามีมุศฮัฟฟาฏิมะฮฺ(คืออัลกุรอานของท่านหญิงฟาฏิมะฮฺ) ซึ่งคนอื่นไม่รู้หรอกว่ามุศฮัฟฟาฏิมะฮฺคืออะไร”
หะดีษเกาะดีรคุมมีข้อบกพร่องตรงไหน จึงนำมาอ้างอิงการเป็นเคาะลีฟะฮฺของท่านอะลีไม่ได้
หะดีษเกาะดีรคุมมีข้อบกพร่องตรงไหน จึงไม่สามารถเป็นข้ออ้างอิงในทางประวัติศาสตร์ได้ในการเป็นเคาะลีฟะฮฺของท่านอะลี ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ
ตอบโดย ชัยคฺริฎอ อะหมัด สมะดี
7. ชีอะฮฺอ้างว่าบรรดาอิหม่ามรู้เวลาที่พวกเขาจะเสียชีวิต
7. อัลกุลัยนียฺ (หนึ่งในอุละมาอฺชีอะฮฺ) ได้เขียนในหนังสือ “อัลกาฟียฺ” ว่า “แท้จริงบรรดาอิหม่าม(ในทัศนะของชีอะฮฺ)รู้เวลาที่พวกเขาจะเสียชีวิต และพวกเขาจะไม่เสียชีวิตเว้นแต่ด้วยความประสงค์ของพวกเขา” ส่วนอัลมัจลิซียฺได้ระบุฮะดีษบทหนึ่ง(ที่รายงานโดยชีอะฮฺ)ในหนังสือ “บิฮารุลอันวาร” ว่า “จะไม่มีอิหม่ามคนหนึ่งคนใดเว้นแต่จะเสียชีวิตด้วยการถูกฆ่าหรือถูกวางยาพิษ” ถ้าหากอิหม่ามรู้เรื่องอัลฆอยบฺ(الغيب คือเรื่องเร้นลับที่ไม่มีใครรู้ยกเว้นอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา) ตามที่อัลกุลัยนียฺและอัลฮุรอัลอามิลียฺได้อ้างแล้ว อิหม่ามก็ต้องรู้ถึงสิ่งที่อยู่ในอาหารเขาจะกินหรือดื่ม ซึ่งถ้าในอาหารนั้นมีพิษเขาย่อมต้องละทิ้งและไม่กินอาหารนั้น
4. ท่านอลีได้ขอให้ยกเว้นตัวท่านเองจากตำแหน่งคอลีฟะหฺ จริงหรือ ?
4. ผู้แต่งหนังสือ “นะหฺญุลบะลาเฆาะหฺ” ซึ่งเป็นหนังสือที่ชาวชีอะฮฺให้ความเชื่อถือได้รายงานว่า แท้จริงท่านอลีได้ขอให้ยกเว้นตัวท่านเองจากตำแหน่งคอลิฟะหฺ ซึ่งท่านได้กล่าวว่า “จงปล่อยฉันเถิด และจงหาคนอื่นที่ไม่ใช่ฉัน(ในการเป็นคอลีฟะหฺ)”(*1*) นี่แสดงให้เห็นถึงความโกหกมดเท็จของศาสนาชีอะฮฺ เพราะเป็นไปได้อย่างไรที่ท่านอลีได้ขอให้ยกเว้นตัวท่านจากการดำรงตำแหน่งคอลีฟะหฺ ทั้งๆที่(ชีอะฮฺอ้างว่า)การแต่งตั้งท่านอลีเป็นคอลีฟะหฺเป็นสิ่งที่ได้ถูกบัญญัติจากอัลลอฮฺตะอาลา และ(ชีอะฮฺอ้างอีกว่า)ท่านอลีได้เรียกร้องตำแหน่งนี้จากท่านอบูบักร
1. ชาวชีอะฮฺเชื่อว่า ท่านอลี บิน อบีฏอลิบ เป็นอิหม่ามที่มะอฺศูม
1. ชาวชีอะฮฺเชื่อว่า ท่านอลี บิน อบีฏอลิบ เป็นอิหม่าม(ผู้นำ)ที่มะอฺศูม(คือปราศจากความผิด) และเรายังได้พบว่าท่านอลีได้ทำการแต่งงานอุมมุกัลซูม(*1*)ซึ่งเป็นลูกสาวของท่าน กับ ท่านอุมัร บิน อัลค็อฏฏอบ (*2*) ดังนั้น ณ ตรงนี้สิ่งที่เป็นข้อเท็จจริงที่ชีอะหฺปฏิเสธมิได้จะมีอยู่ 2 ประการ
- หนึ่ง - แสดงว่าท่านอลีมิใช่มะอฺศูมเนื่องจากท่านได้ทำการแต่งงานลูกสาวของท่านกับกาเฟร(ผู้ปฏิเสธศรัทธา) (เพราะชีอะฮฺเชื่อว่าท่านอุมัร บิน อัลค็อฏฏอบเป็นกาเฟรหรือตกศาสนาหลังจากท่านนบีเสียชีวิต) ฉะนั้นแล้วความจริงนี้จะค้านหรือสวนทางกับหลักความเชื่อพื้นฐานของลัทธิชีอะฮฺ และเข้าใจได้ว่าท่านอิหม่ามอลีหรือแม้แต่อิหม่ามท่านอื่นๆของชีอะฮฺมิใช่มะอฺศูมแต่อย่างใด
หนังสือใหม่ ศูนย์ภาษาธรรม
ค้นหากุรอาน และรวมลิงค์เพื่อนบ้าน
| อาทิตย์ | จันทร์ | อังคาร | พุธ | พฤ | ศุกร์ | เสาร์ |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 1 | 2 | 3 | 4 | |||
| 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 |
| 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 |
| 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 |
| 26 | 27 | 28 | 29 |
|
ค้นหาอัลกุรอานในรูปแบบความหมายภาษาไทย (และอีก 30 ภาษาทั่วโลก) โดย globalquran.com
|
|
|
ร้านมุอฺมินดีไซน์ คัดลอกข้อความด้านล่างไปไว้ที่หน้าเว็บของท่าน หากต้องการแลกลิงค์















ความคิดเห็นล่าสุด
42 weeks 3 days ก่อน
47 weeks 2 days ก่อน
47 weeks 4 days ก่อน
1 ปี 10 weeks ก่อน
1 ปี 12 weeks ก่อน
1 ปี 28 weeks ก่อน
1 ปี 29 weeks ก่อน
1 ปี 35 weeks ก่อน
1 ปี 39 weeks ก่อน
1 ปี 41 weeks ก่อน