นิกอบหรือบิกีนี่
-------------------------------------------
โดย ชะบาบ ก็อลบุนสลีม
بِسْمِ اللهِ الرَّحْمَنِ الرَّحِيْم السلام عليكم ورحمة الله وبركا ته
ใช่คนที่ปิดหน้า จะดีกว่าคนที่เปิดหน้าไม่ ใช่คนที่สวมนิกอบจะดีกว่าคนที่ไม่สวมไม่ และใช่คนที่ไม่สวมใส่คลุมผมจะเท่าเทียมกว่า คนที่สวมบิกีนี่ไม่ แต่หากคนที่มีอีหม่านตักวาศรัทธามากกว่าหรอกนะ ที่เค้าเหล่านั้น จะดีกว่าและประเสริฐกว่า
พี่น้องที่ศรัทธาเอ๋ย
จากวิถีการดำเนินชีวิตของสังคมตะวันตกที่ได้ถลักเข้าสู่สังคมบ้านเราในปัจจุบัน จึงส่งผลกระทบต่อจริยธรรมและศีลธรรมอันมีอยู่ในตัวบุคคลหลายๆคนในสังคมเรา ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการแต่งกาย ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องวิถีชีวิต มุมมองและความคิดต่างๆก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน สิ่งที่กล่าวมานี้ย่อมหนีไม่พ้นที่จะมีผลกระทบต่อสังคมมุสลิมเราด้วย
บางครั้ง เราเองมักจะตั้งคำถามหรือได้ตั้งมาตรฐานของความคิด มุมมองและการแสดงออกถึงความเป็นมุสลิมต่อพี่น้องเราในบางเรื่อง บางเหตุการณ์ในทางลบ แต่ในทางกลับกันการแสดงออกถึงความญาฮีลียะห์ ของคนในบ้านเราเมืองเราในทุกวันนี้ เรากลับแสดงออกถึงความรัก ชื่นชม และเยินยอ แล้วนำมาซึ่งการเลียนแบบ และติชมกันมากมาย ว่านั่นคือสิ่งที่สวยงาม ว่านั่นคือสิ่งที่ดีควรที่จะเป็นแบบอย่างหรือเลียนแบบ อันเนื่องจากมันเป็นแฟชั่นของวัยรุ่นสมัยใหม่นั่นเอง ท้ายที่สุดแล้วมุสลิมเราก็ไม่น้อยหน้า เพราะมุสลิมจะล้าสมัยไม่ได้ ก็เอากับเค้าด้วย แต่ในความเป็นจริงการแต่งกายของพวกเค้าเหล่านั้นมันคงไม่ต่างอะไรมากนัก หากเราจะเรียกมันว่า นั่นก็คือ ชุดบิกีนี่ตัวหนึ่งนั่นเอง!!!!
น่าแปลกไหม ว่าวันนี้ !!! ทำไม ทำไมต้องสวมนิกอบด้วย ทำไมต้องปิดหน้าด้วย ทำไมอย่างนั้น ทำไมอย่างนี้ ก็ในเมื่อเปิดหน้ามันไม่ผิดนะ แล้วจะปิดให้ร้อนกันทำไม เวลาพูดคุยก็ลำบากนะ ไม่เห็นปากขยุบขยิบ ลำบากนะ ลำบาก และอีกสารพัด คำถามและข้อสงสัยกับเพียงแค่คำว่า “นิกอบ”หรือ “ปิดหน้า”
แปลกใจไหม ว่าทำไม ทำไมและทำไม กับแค่คำไม่กี่คำจึงถูกตั้งด้วยกับพี่น้องเราเสียเองครับ หรือเพราะเราอ่อนแอ หรือเพราะเราอ่อนความรู้ หรือเพราะเราขาดซึ่งการเรียนรู้และตระหนักของ นิยาม กับคำเหล่านี้ครับ แต่ไม่ ไม่ครับหรือเพราะมุสลิมเราถูกสังคมตะวันตกกลืนเข้าไปแล้วครับ .....พี่น้อง
พี่น้องครับ เมื่อคนสวมนิกอบหรือคลุมหน้า กลับถูกมองว่าเป็นกลุ่มคนที่สุดโต่งหรือคนเคร่ง และเมื่อการสวมคลุมผมนั้น กลับถูกมองว่าไม่เรียบร้อยและเป็นการลดเกียรติ แล้วอย่างนี้เราในฐานะที่เป็นผู้ศรัทธา เรามีทัศนะคติกับเรื่องข้างต้นนี้อย่างไร หรือก็จริงตามที่เขาว่า หรือก็ถูกตามที่เขามอง แล้วอย่างไรเล่าคือมาตรฐานที่อิสลามให้เรามองครับ
ทำไมหนอ!!!การแต่งกายที่เผยซึ่งสัดส่วนอันเพียงนิดเพียงน้อย จนแทบจะเปรียบกับชุดบิกีนี่ตัวหนึ่งของหญิงสาวเราในสังคมดารา นักร้อง นักแสดง หรือแม้กระทั้ง ในสังคมหญิงสาวมุสลิมเรา เรากลับนิ่งเฉย ดูดาย ชื่นชม และเป็นที่รักของเรา ทั้งกับการเสียสละเวลาเพื่อการนั่งชม หรือการสนับสนุนเห็นด้วย ถึงขนาดนั้นครับ แต่เมื่อเราได้รับรู้ถึงมุสลีมะห์เราบางคนที่หันมาตระหนักถึงฟิตนะฮ ที่อาจจะเกิดขึ้นกับตน จนพัฒนาการมาถึงการคลุมหน้า สวมนิกอบ เราแทบจะรับไม่ได้และมองถึงกลุ่มคนเหล่านี้กันอย่างผิดๆถูกๆ หรืออย่างมีใจเป็นอคติกันหล่ะครับ
เรามิได้บอกว่า คนปิดหน้าจะดีกว่าคนเปิดหน้าครับ และเราไม่ได้บอกว่าคนที่สวมนิกอบนั้นจะประเสริฐกว่าคนที่เปิดหน้าในส่วนของมุมมองในทางสังคม ดั่งที่ใครๆมักจะมองถึงการกระทำของผู้ที่ปิดหน้าในบางเรื่อง บางประการ ซึ่งเป็นเรื่องของความเป็นส่วนตัวที่แสดงออกมาไปในทำนองที่ทำให้พี่น้องเราเข้าใจว่า สังคมระหว่างพี่น้องที่ปิดหน้ากับไม่ปิดหน้า ย่อมมีมาตรฐานที่แตกต่างกันไปแล้วหรือ หรือเรียกง่ายๆว่า มีสองมาตรฐานนั่นเอง สิ่งดังกล่าวนี้ ย่อมไม่ใช่เป้าหมายของผู้ที่ปิดหน้าของเราส่วนใหญ่เป็นแน่ ที่เค้าแสดงออกถึงสิ่งเหล่านั้นครับ..พี่น้อง แต่เราเพียงจะบอกพี่น้องว่า คนที่สวมคลุมผมหรือปิดหน้าจะเท่าเทียมกว่าคนที่ไม่สวมคลุมผมหรือ!!และเราเพียงอยากบอกพี่น้องว่า ทำไมเราไม่เรียกร้องให้มีการปกป้องเกียรติของความเป็นมุสลิมะห์กันมากกว่านี้กันเล่า!!!
มาซิครับ เรามาปรับซึ่งมุมมอง เรามาร่วม เรามาแสดงออกถึงจุดยืน จุดต่าง และจุดร่วมในความเห็น ความมีเกียรติกับสิ่งเหล่านี้กันดีกว่าไหม เรามาพัฒนาการถึงการแต่งตัวของเราในทุกวันนี้กันดีกว่าไหม
จากที่ฉันเพียงแค่คลุมผม แต่ยังใส่เสื้อฟิตๆ เรามาใส่เสื้อหลวมๆกันไหม
จากที่ฉันเพียงแค่คลุมผม แต่ยังเปิดเอาเราะห์ในส่วนเท้า เรามาใส่ถุงเท้ากันไหม
จากที่ฉันเพียงแค่คลุมผม แต่ยังเปิดเอาเราะห์ในส่วนแขน เรามาใส่ปลอกแขนกันดีกว่าไหม
จากที่ฉันเพียงแค่ใส่คลุมหน้าแต่ยังเผยซี่งเอาเราะห์ในส่วนแขน เรามาใส่ปลอกแขนกันดีกว่าไหมและจากที่ฉันเพียงแค่คลุมหน้าและสวมนิกอบกัน เรามาคลุมทั้งกายและใจกันดีกว่าไหม เรามาศัลยกรรมอีหม่านและการวางตัวกันดีกว่าไหมครับ
ใช่!!!!เรามักจะอ้างว่า เรายังไม่พร้อมหรอกที่เราจะปิดหน้า เรายังไม่พร้อมหรอกที่จะสวมใส่ปิดกั้นถึงขนาดนั้น แต่เราจะอ้างกันอีกนานเท่าไหร่กันครับ ว่าเรายังไม่พร้อมที่จะคลุมผมกัน เรายังไม่พร้อมหรอกที่จะสวมใส่แบบหลวมๆๆและไม่เปิดเผยซึ่งสัดส่วนกัน เมื่อไหร่จะพร้อม เมื่อไหร่จะเปลี่ยนกัน จะรออะไรกันอีกเล่า หรืออุปสรรคบางประการของเรามันคือสิ่งสำคัญที่เราไม่คิดและจะทบทวนว่า สิ่งที่เราสวมอยู่กันในวันนี้ คือสิ่งที่อัลลอฮ(ซ.บ)ทรงกริ้วโกรธเพราะเราฝ่าฝืนคำสั่งใช้พระองค์อยู่ครับ
น่าเห็นใจนะหากเค้าเหล่านั้น ต้องเจอะเจออุปสรรคสารพัด หากการที่เค้าจะคิดยืนหยัดและเปลี่ยนแปลง แต่หากเค้าเหล่านั้นมองข้ามอุปสรรคบางอย่างนั้นไป เค้าเหล่านั้นจะทราบว่า แท้ที่จริงแล้ว อุปสรรคที่เกิดขึ้น มันคือสิ่งทดสอบถึงการที่เค้าจะคิดยืนหยัดในหลักการของอัลลอฮ(ซ.บ)ต่างหากหล่ะ
เอาหล่ะ ท่านจะสวมนิกอบ หรือท่านจะสวมบิกีนี่ ก็จงเลือกดูนะ แต่ท่านจงรับรู้ไว้เถิดว่า การสวมของท่าน คืออีหม่านของท่าน และอีหม่านของท่านคือความตักวาของท่าน และความตักวานี้หล่ะนะคือสิ่งที่ติดตัวท่านไปยังพระองค์อัลลอฮ(ซ.บ)ครับ...อินชาอัลลอฮ
และจงอยู่ในบ้านเรือนของพวกเธอและอย่าได้โอ้อวดความงาม (ของพวกเธอ) เช่น การอวดความงาม (ของพวกสตรี) แห่งสมัยงมงายในยุคก่อน และจงดำรงการละหมาดและจ่ายซะกาต และจงภักดีต่ออัลลอฮฺและร่อซูลของพระองค์...[อัลอะหฺซาบ :33]
والسلام عليكم ورحمة الله وبركاته
ติดตามและติชม http://mureed.com/article/Shabab%5EArticle.html shabab_000@hotmail.com
สุกรเกี่ยวอะไรกับมารยาทหรือนิสัยของมนุษย์
ท่านนบี(ซ.ล)ได้เคยเปรียบเทียบความเกี่ยวข้องระหว่างนิสัยมนุษย์กับลักษณะพฤติกรรมของสัตว์ ท่านได้กล่าวว่า "การเย่อหยิ่งและทะนงตนนั้น(มัก)จะอยู่ใน(นิสัย)ชาวอูฐ (คือคนที่เลี้ยงและดูแลอูฐ) แต่ความสุขุมและนุ่มนวลนั้น (มัก)จะอยู่กับชาวแพะ" (บันทึกโดยอิหม่ามอะหมัด)
อิบนุ ค๊อลดุน ซึ่งเป็นนักวิชาการสังคมวิทยามุสลิม ที่มีชื่อเสียง และได้เคยเดินทางไปศึกษาสภาพสังคมความเป็นอยู่ของมนุษย์ทั่วทุกมุมโลก เคยกล่าวว่า"
ชาวอาหรับนั้นกินเนื้ออูฐ จึงได้รับนิสัยความหยิ่งทะนงตน
ชาวตุรกีกินเนื้อม้า จึงได้รับนิสัยดุดันมุทะลุ
ชาวผิวขาว (ฝรั่ง)กินเนื้อสุกร จึงได้รับนิสัยการขาดความหึงหวง
2. Al-Baqarah - อัล-บะเกาะเราะฮฺ(The Cow) 3. Ale-`Imraan - อาละอิมรอน(The Famiy of Imran) 4. An-Nisaa' - อัน-นิซาอฺ(The Women)
5. Al-Maa'idah - อัล-มาอิดะฮ(The Table spread with Food) 6. Al-An'aam - อัล-อันอาม(The Cattle) 7. Al-`Araaf - อัล-อะอฺรอฟ(The Heights)
8. Al-Anfaal - อัล-อันฟาล(The Spoils of War) 9. At-Tawbah - อัต-เตาบะฮฺ(The Repentance) 10. Yoonus - ยูนุส(Jonah)
11. Hood - ฮูด(Hud) 12. Yoosuf - ยูซุฟ(Joseph) 13. Ar-Ra'ad - อัรเราะอฺด(The Thunder)
14. Ibraaheem - อิบรอฮีม(Abraham) 15. Al-Hijr - อัลฮิจรฺ(The Rocky Tract) 16. An-Nahl - อันนะหฺลุ(The Bees)
17. Al-Israa' - อัลอิสรออ(The Night Journey) 18. Al-Kahf - อัลกะฮฺฟ(The Cave) 19. Maryam - มัรยัม(Mary)
20. Ta Ha - ฏอฮา 21. Al-Anbiyaa' - อัลอัมบิยาอฺ(The Prophets) 22. Al-Hajj - อัลฮัจย(The Pilgrimage)
23. Al-Mu'minoon - อัลมุอฺมินูน(The Believers) 24. An-Noor - อันนูร(The Light) 25. Al-Furqaan - อัลฟุรกอน(The Criterion)
26. Ash-Shu'araa' - อัชชุอะรออฺ(The Poets) 27. An-Naml - อันนัมลฺ(The Ants) 28. Al-Qasas - อัลเกาะศ็อศ(The Stories)
29. Al-`Ankaboot - อัลอังกะบูต(The Spider) 30. Ar-Room - อัรฺรูม(The Romans) 31. Luqmaan - ลุกมาน
32. As-Sajdah - อัซซัจญดะฮฺ(The Prostration) 33. Al-Ahzaab - อัลอะหฺซาบ(The Combined Forces) 34. Saba' - สะบะอฺ(Sheba)
35. Faatir - ฟาฏิร(The Orignator) 36. Yaa Seen - ยาซีน 37. As-Saafaat - อัศศ็อฟฟาต(Those Ranges in Ranks)
38. Saad - ศอด(The Letter Sad) 39. Az-Zumar - อัซซุมัร(The Groups) 40. Ghaafir - ฆอฟิร(The Forgiver God)
41. Fussilat - ฟุศศิลัต(Explained in Detail) 42. Ash-Shooraa - อัซซูรอ(Consultation) 43. Az-Zukhruf - อัซซุครุฟ(The Gold Adornment)
44. Ad-Dukhaan - อัดดุคอน(The Smoke) 45. Al-Jaathiyah - อัลญาซียะอฺ(Crouching) 46. Al-Ahqaaf - อัลอะฮฺก็อฟ(The Curved Sand-hills)
47. Muhammad - มุฮัมมัด 48. Al-Fath - อัลฟัตฮฺ(The Victory) 49. Al-Hujuraat - อัลหุญร๊อต(The Dwellings)
50. Qaaf - ก็อฟ(The Letter Qaf) 51. Adh-Dhaariyaat - อัซซาริยาตฺ(The Wind that Scatter) 52. At-Toor - อัฎฏูร(The Mount)
53. An-Najm - อันนัจม(The Star) 54. Al-Qamar - อัลเกาะมัร(The Moon) 55. Ar-Rahmaan - อัรรอหฺมาน(The Most Graciouse)
56. Al-Waaqi'ah - อัลวากิอะฮฺ(The Event) 57. Al-Hadeed - อัลหะดีด(The Iron) 58. Al-Mujaadilah - อัลมุญาดะละฮฺ(She That Disputeth)
59. Al-Hashr - อัลหัซรฺ(The Gathering) 60. Al-Mumtahanah - อัลมุมตะฮินะฮฺ(The Woman to be examined) 61. As-Saff - อัศศ็อฟฺ(The Row)
62. Al-Jumu'ah - อัลญุมุอะฮฺ(Friday) 63. Al-Munaafiqoon - อัลมุนาฟิกูน(The Hypocrites) 64. At-Taghaabun - อัตตะฆอบุน(Mutual Loss and Gain)
65. At-Talaaq - อัฎเฎาะล๊าก(The Divorce) 66. At-Tahreem - อัตตะหฺรีม(The Prohibition) 67. Al-Mulk - อัลมุลกฺ(Dominion)
68. Al-Qalam - อัลก้อลัม(The Pen) 69. Al-Haaqah - อัลหากเกาะฮฺ(The Inevitable) 70. Al-Ma'aarij - อัลมาอาริจญ์(The Ways of Ascent)
71. Nooh - นูหฺ 72. Al-Jinn - อัลญิน(The Jinn) 73. Al-Muzzammil - อัลมุซซัมมิล(The One wrapped in Garment)
74. Al-Muddathir - อัลมุดดัซซิร(The One Enveloped) 75. Al-Qiyamah - อัลกิยามะฮฺ(The Resurrection) 76. Al-Insaan - อัลอินซาน(Man )
77. Al-Mursalaat - อัลมุรซะล้าต(Those sent forth) 78. An-Naba' - อันนะบะอฺ(The Great News) 79. An-Naazi'aat - อันนาซิอ๊าต(Those who Pull Out)
80. Abasa - อะบะซะ(He frowned) 81. At-Takweer - อัตตักวีร(The Overthrowing) 82. Al-Infitaar - อัลอิมฟิฏอร(The Cleaving)
83. Al-Mutaffifeen - อัลมุฏ็อฟฟิฟีน(Those Who Deal in Fraud) 84. Al-Inshiqaaq - อัลอินชิก๊อก(The Splitting Asunder) 85. Al-Burooj - อัลบุรู๊จญ์(The Big Stars)
86. At-Taariq - อัฏฏอริก(The Night-Comer) 87. Al-`Alaa - อัลอะอฺลา(The Most High) 88. Al-Ghaashiyah - อัลฆอซิยะฮฺ(The Overwhelming)
89. Al-Fajr - อัลฟัจญรฺ(The Dawn) 90. Al-Balad - อัลบะลัด(The City) 91. Ash-Shams - อัชชัมซฺ(The Sun)
92. Al-Layl - อัลลัยลฺ(The Night) 93. Ad-Dhuhaa - อัฎฎุฮา(The Forenoon) 94. Ash-Sharh - อัลอินซิรอฮฺ(The Opening Forth)
95. At-Teen - อัตตีน(The Fig) 96. Al-`Alaq - อัลอะลัก(The Clot) 97. Al-Qadr - อัลก็อดร(The Night of Decree)
98. Al-Bayyinah - อัลบัยยินะฮฺ(The Clear Evidence) 99. Az-Zalzalah - อัลซัลซะละฮฺ(The Earthquake) 100. Al-`Aadiyaat - อัลอาดิยาต(Those That Run)
101. Al-Qaari'ah - อัลกอริอะฮฺ(The Striking Hour) 102. At-Takaathur - อัตตะกาซุร(The piling Up) 103. Al-`Asr - อัลอัศรฺ(The Time)
104. Al-Humazah - อัลฮุมะซะฮฺ(The Slanderer) 105. Al-Feel - อัลฟีล(The Elephant ) 106. Quraysh - อัลกุรอยซฺ
107. Al-Maa'oon - อัลมาอูน(Small Kindnesses) 108. Al-Kawthar - อัลเกาซัร(A River in Paradise) 109. Al-Kaafiroon - อัลกาฟิรูน(The Disbelievers)
110. An-Nasr - อัลนัศรฺ(The Help) 111. Al-Masad - อัลมะซัด(The Palm Fibre) 112. Al-Ikhlaas - อัลอิคลาส(Sincerity)
113. Al-Falaq - อัลฟะลัก(The Daybreak) 114. An-Naas - อันนาส(Mankind
Arabic Images Urdu Ahmed Ali Transliteration English Yusuf Ali French German English Shakir English Qaribullah English Muhsin Khan English Pickthall Albanian Azerbaijani Bosnian Brazilian Dutch Finnish Indonesian Italian Chinese Japanese Latin Malaysian Mexican Poland Portuguese Russian Spanish Swahili Thai Turkish Urdu Jalandhry
ท่านรอซูล(ซ.ล)เคยเปรียบไว้
بِسْمِ اللهِ الرَّحْمَنِ الرَّحِيْم
السلام عليكم ورحمة الله وبركا ته
สุกรเกี่ยวอะไรกับมารยาทหรือนิ สัยของมนุษย์
ท่านนบี(ซ.ล)ได้เคยเปรียบเที ยบความเกี่ยวข้องระหว่างนิสั ยมนุษย์กับลักษณะพฤติกรรมของสั ตว์ ท่านได้กล่าวว่า "การเย่อหยิ่งและทะนงตนนั้น(มั ก)จะอยู่ใน(นิสัย)ชาวอูฐ (คือคนที่เลี้ยงและดูแลอูฐ) แต่ความสุขุมและนุ่มนวลนั้น (มัก)จะอยู่กับชาวแพะ" (บันทึกโดยอิหม่ามอะหมัด)
อิบนุ ค๊อลดุน ซึ่งเป็นนักวิชาการสังคมวิทยามุ สลิม ที่มีชื่อเสียง และได้เคยเดินทางไปศึกษาสภาพสั งคมความเป็นอยู่ของมนุษย์ทั่วทุ กมุมโลก เคยกล่าวว่า"
ชาวอาหรับนั้นกินเนื้ออูฐ จึงได้รับนิสัยความหยิ่งทะนงตน
ชาวตุรกีกินเนื้อม้า จึงได้รับนิสัยดุดันมุทะลุ
ชาวผิวขาว (ฝรั่ง)กินเนื้อสุกร จึงได้รับนิสัยการขาดความหึงหวง
والسلام عليكم ورحمة الله وبركاته