อัสลามุอาลัยกุม วาเราะมาตุลลอฮ พี่น้องครับ
ความสมบูรณ์ของการทำอิบาดะห์คือ การเรียนรู้หลักการที่ถูกต้อง และความบกพร่องของอิบาดะห์ทั้งหลายทั้งปวงนั้น คือการไม่แสวงหาและ เฉยเมยต่อการเรียนรู้และรับฟังนะครับ
ขยันอ่านกันสักนิด และรับฟังกันสักหน่อย นั่นหล่ะคือกิจการของผู้ศรัทธา
กับวันอีดที่กำลังจะมาถึง..เราเตรียมตัวกันอย่างไร
ไฟล์เสียง
วันศุกร์ตรงกับวันอีดจะทำอย่างไร
คำถามโดยคุณ UMAR
ถามอาจารย์ฟารีดครับ คนที่ละหมาดอีดไม่ต้องละหมาดวันศุกร์ ไม่ต้องละหมาดบ่ายด้วย เพื่อนบอกว่าอาจารย์เคยบรรยายไว้นานแล้ว เขาอัดเทปไว้แต่หาไม่เจอ อยากให้อาจารย์ชี้แจงหน่อย ละหมาดอีดเป็นสุนัตแต่วันศุกร์กับบ่ายเป็นฟัรดู แทนกันได้หรือครับ ขอหลักฐานด้วย
คำตอบโดย อาจารย์ฟารีด เฟ็นดี้
เกี่ยวกับวันศุกร์ตรงกับวันอีดนั้น อิสลามได้ให้เราเลือกปฏิบัติได้ 3 กรณีด้วยกันคือ 1 – ละหมาดอีดและละหมาดวันศุกร์ด้วย 2 – ละหมาดอีดแล้วไม่ต้องละหมาดวันศุกร์แต่ละหมาดบ่าย 3 – ละหมาดอีดโดยไม่ละหมาดวันศุกร์และไม่ละหมาดบ่าย ไปละหมาดอัศริเลย
ทั้งสามกรณีนี้ ข้อที่ 1 และข้อที่ 2 มิใช่เป็นประเด็นสงสัยจึงขอยกยอดไป แต่สิ่งที่ยังคาใจอีกหลายคนก็คือ ข้อที่ 3 ที่บอกว่าละหมาดอีดโดยไม่ต้องละหมาดวันศุกร์และไม่ต้องละหมาดบ่ายกระทำได้หรือ เพราะละหมาดอีดเป็นซุนนะห์ ส่วนละหมาดวันศุกร์กับละหมาดบ่ายเป็นฟัรดู จะแทนกันได้หรือ
นี่คือการตั้งข้อสังเกตโดยที่ยังไม่รู้หลักฐาน เป็นการดีที่เราจะระวังรักษาฟัรดูของเราให้ครบถ้วน แต่เรื่องใดก็ตามที่มีตัวบทหลักฐานและมีแนวการปฏิบัติจากศอฮาบะห์ เราก็ต้องรับฟังด้วยเช่นกัน
รายงานจากอะฏออ์ อิบนิอบีรอบาฮ์ว่า “ท่านอิบนุซุบัยร์ได้นำเราละหมาดอีดซึ่งตรงกับวันศุกร์ในตอนเช้า และเมื่อเราได้ไปละหมาดวันศุกร์ ท่านก็ไม่ได้ออกมานำเราละหมาด พวกเราจึงต่างคนต่างละหมาด ขณะนั้นท่านอิบนุอับบาสอยู่ที่เมืองฏออิฟ เมื่อท่านกลับมาเราจึงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง ท่านกล่าวว่า ถูกต้องตรงตามซุนนะห์แล้ว” บันทึกโดยอบูดาวู๊ด ฮะดีษที่ 905
ฮะดีษทั้งสองบทข้างต้นนี้อยู่ในฐานะศอเฮียะห์ เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในยุคของท่านอับดุลลอฮ์ อิบนุซุบัยร์ และท่านอับดุลลอฮ์ อิบนุอับบาส ทั้งสองท่านนี้เป็นศอฮาบะห์ของท่านรอซูล บางท่านกล่าวว่า น้ำหนักของหลักฐานนี้เบามากเป็นแค่ฮะดีษเมากูฟ คือเป็นการกระทำของศอฮาบะห์เท่านั้น มิใช่ฮะดีษมัรฟัวอ์ หมายถึงฮะดีษที่อ้างถึงคำพูด,การกระทำ,และการยอมรับของท่านนบี ขอทำความเข้าใจว่านี่เป็นคำพูดที่ไม่ถูกต้อง เพราะถ้าพิจารณาในตอนท้ายของฮะดีษ เราจะพบคำพูดของอิบนุอับบาสที่อ้างถึงท่านนบีด้วย โดยท่านกล่าวว่า ถูกต้องตรงตามซุนนะห์ อย่างนี้เขาเรียกว่า อะลาฮุกมิ้ลมัรฟัวอ์ คือ ฮะดีษที่มีฐานะเดียวกับฮะดีษมัรฟัวอ์ หมายถึงอ้างถึงท่านนบีด้วยเช่นกัน
ประการต่อมาก็คือ ข้อสงสัยที่บอกว่า ละหมาดอีดเป็นซุนนะห์ ส่วนละหมาดวันศุกร์และละหมาดบ่ายเป็นฟัรดู จะแทนกันได้หรือ หลักฐานที่บอกว่าได้ แสดงไว้แล้วข้างต้นแล้ว ส่วนการที่เข้าใจว่าละหมาดอีดเป็นซุนนะห์นั้น อันนี้เป็นความเข้าใจในทัศนะของมัซฮับซาฟีอี ส่วนในมัซฮับอื่นๆ เขาเข้าใจว่าละหมาดอีดเป็นฟัรดูด้วย และเหตุของความเข้าใจในฮุก่มที่ต่างกันนี้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาในคำสั่งของท่านรอซูล ซึ่งเข้าสู่ประเด็นของฟิกฮ์ ที่เขาถกเถียงกันยืดยาว
อย่างไรก็ตาม เมื่อมีตัวบทหลักฐานเช่นนี้ ท่านก็เลือกปฏิบัติ 1 ใน 3 ข้อข้างต้น และคงไม่ต้องทะเลาะกันจนต้องแยกสุเหร่าอีกนะครับ
........................................................................................................................ http://www.moradokislam.org/modules.php?name=FAQ&myfaq=yes&id_cat=3#51
สรุปทัศนะที่มีน้ำหนักมากที่สุด กรณีวันอีดไปตรงกับวันศุกร์
อัสลามุอาลัยกุม วาเราะมาตุลลอฮ
จากที่ผมนำเสนอเรื่อง กรณีวันอีดไปตรงกับวันศุกร์นั้น วันศุกร์หรือการละหมาดบ่าย เป็นที่ต้องปฏิบัติอีกหรือไม่นั้น
สรุปทัศนะที่มีน้ำหนักมากที่สุด
ตามที่ คุณ อาบิรฺ สบีล ได้นำเสนอไว้ตาม หลักฐานและการวิเคราะห์หลักฐานในเรื่องข้างต้นที่ http://www.iqraforum.com/forum/index.php/topic,2806.0.html
2. Al-Baqarah - อัล-บะเกาะเราะฮฺ(The Cow) 3. Ale-`Imraan - อาละอิมรอน(The Famiy of Imran) 4. An-Nisaa' - อัน-นิซาอฺ(The Women)
5. Al-Maa'idah - อัล-มาอิดะฮ(The Table spread with Food) 6. Al-An'aam - อัล-อันอาม(The Cattle) 7. Al-`Araaf - อัล-อะอฺรอฟ(The Heights)
8. Al-Anfaal - อัล-อันฟาล(The Spoils of War) 9. At-Tawbah - อัต-เตาบะฮฺ(The Repentance) 10. Yoonus - ยูนุส(Jonah)
11. Hood - ฮูด(Hud) 12. Yoosuf - ยูซุฟ(Joseph) 13. Ar-Ra'ad - อัรเราะอฺด(The Thunder)
14. Ibraaheem - อิบรอฮีม(Abraham) 15. Al-Hijr - อัลฮิจรฺ(The Rocky Tract) 16. An-Nahl - อันนะหฺลุ(The Bees)
17. Al-Israa' - อัลอิสรออ(The Night Journey) 18. Al-Kahf - อัลกะฮฺฟ(The Cave) 19. Maryam - มัรยัม(Mary)
20. Ta Ha - ฏอฮา 21. Al-Anbiyaa' - อัลอัมบิยาอฺ(The Prophets) 22. Al-Hajj - อัลฮัจย(The Pilgrimage)
23. Al-Mu'minoon - อัลมุอฺมินูน(The Believers) 24. An-Noor - อันนูร(The Light) 25. Al-Furqaan - อัลฟุรกอน(The Criterion)
26. Ash-Shu'araa' - อัชชุอะรออฺ(The Poets) 27. An-Naml - อันนัมลฺ(The Ants) 28. Al-Qasas - อัลเกาะศ็อศ(The Stories)
29. Al-`Ankaboot - อัลอังกะบูต(The Spider) 30. Ar-Room - อัรฺรูม(The Romans) 31. Luqmaan - ลุกมาน
32. As-Sajdah - อัซซัจญดะฮฺ(The Prostration) 33. Al-Ahzaab - อัลอะหฺซาบ(The Combined Forces) 34. Saba' - สะบะอฺ(Sheba)
35. Faatir - ฟาฏิร(The Orignator) 36. Yaa Seen - ยาซีน 37. As-Saafaat - อัศศ็อฟฟาต(Those Ranges in Ranks)
38. Saad - ศอด(The Letter Sad) 39. Az-Zumar - อัซซุมัร(The Groups) 40. Ghaafir - ฆอฟิร(The Forgiver God)
41. Fussilat - ฟุศศิลัต(Explained in Detail) 42. Ash-Shooraa - อัซซูรอ(Consultation) 43. Az-Zukhruf - อัซซุครุฟ(The Gold Adornment)
44. Ad-Dukhaan - อัดดุคอน(The Smoke) 45. Al-Jaathiyah - อัลญาซียะอฺ(Crouching) 46. Al-Ahqaaf - อัลอะฮฺก็อฟ(The Curved Sand-hills)
47. Muhammad - มุฮัมมัด 48. Al-Fath - อัลฟัตฮฺ(The Victory) 49. Al-Hujuraat - อัลหุญร๊อต(The Dwellings)
50. Qaaf - ก็อฟ(The Letter Qaf) 51. Adh-Dhaariyaat - อัซซาริยาตฺ(The Wind that Scatter) 52. At-Toor - อัฎฏูร(The Mount)
53. An-Najm - อันนัจม(The Star) 54. Al-Qamar - อัลเกาะมัร(The Moon) 55. Ar-Rahmaan - อัรรอหฺมาน(The Most Graciouse)
56. Al-Waaqi'ah - อัลวากิอะฮฺ(The Event) 57. Al-Hadeed - อัลหะดีด(The Iron) 58. Al-Mujaadilah - อัลมุญาดะละฮฺ(She That Disputeth)
59. Al-Hashr - อัลหัซรฺ(The Gathering) 60. Al-Mumtahanah - อัลมุมตะฮินะฮฺ(The Woman to be examined) 61. As-Saff - อัศศ็อฟฺ(The Row)
62. Al-Jumu'ah - อัลญุมุอะฮฺ(Friday) 63. Al-Munaafiqoon - อัลมุนาฟิกูน(The Hypocrites) 64. At-Taghaabun - อัตตะฆอบุน(Mutual Loss and Gain)
65. At-Talaaq - อัฎเฎาะล๊าก(The Divorce) 66. At-Tahreem - อัตตะหฺรีม(The Prohibition) 67. Al-Mulk - อัลมุลกฺ(Dominion)
68. Al-Qalam - อัลก้อลัม(The Pen) 69. Al-Haaqah - อัลหากเกาะฮฺ(The Inevitable) 70. Al-Ma'aarij - อัลมาอาริจญ์(The Ways of Ascent)
71. Nooh - นูหฺ 72. Al-Jinn - อัลญิน(The Jinn) 73. Al-Muzzammil - อัลมุซซัมมิล(The One wrapped in Garment)
74. Al-Muddathir - อัลมุดดัซซิร(The One Enveloped) 75. Al-Qiyamah - อัลกิยามะฮฺ(The Resurrection) 76. Al-Insaan - อัลอินซาน(Man )
77. Al-Mursalaat - อัลมุรซะล้าต(Those sent forth) 78. An-Naba' - อันนะบะอฺ(The Great News) 79. An-Naazi'aat - อันนาซิอ๊าต(Those who Pull Out)
80. Abasa - อะบะซะ(He frowned) 81. At-Takweer - อัตตักวีร(The Overthrowing) 82. Al-Infitaar - อัลอิมฟิฏอร(The Cleaving)
83. Al-Mutaffifeen - อัลมุฏ็อฟฟิฟีน(Those Who Deal in Fraud) 84. Al-Inshiqaaq - อัลอินชิก๊อก(The Splitting Asunder) 85. Al-Burooj - อัลบุรู๊จญ์(The Big Stars)
86. At-Taariq - อัฏฏอริก(The Night-Comer) 87. Al-`Alaa - อัลอะอฺลา(The Most High) 88. Al-Ghaashiyah - อัลฆอซิยะฮฺ(The Overwhelming)
89. Al-Fajr - อัลฟัจญรฺ(The Dawn) 90. Al-Balad - อัลบะลัด(The City) 91. Ash-Shams - อัชชัมซฺ(The Sun)
92. Al-Layl - อัลลัยลฺ(The Night) 93. Ad-Dhuhaa - อัฎฎุฮา(The Forenoon) 94. Ash-Sharh - อัลอินซิรอฮฺ(The Opening Forth)
95. At-Teen - อัตตีน(The Fig) 96. Al-`Alaq - อัลอะลัก(The Clot) 97. Al-Qadr - อัลก็อดร(The Night of Decree)
98. Al-Bayyinah - อัลบัยยินะฮฺ(The Clear Evidence) 99. Az-Zalzalah - อัลซัลซะละฮฺ(The Earthquake) 100. Al-`Aadiyaat - อัลอาดิยาต(Those That Run)
101. Al-Qaari'ah - อัลกอริอะฮฺ(The Striking Hour) 102. At-Takaathur - อัตตะกาซุร(The piling Up) 103. Al-`Asr - อัลอัศรฺ(The Time)
104. Al-Humazah - อัลฮุมะซะฮฺ(The Slanderer) 105. Al-Feel - อัลฟีล(The Elephant ) 106. Quraysh - อัลกุรอยซฺ
107. Al-Maa'oon - อัลมาอูน(Small Kindnesses) 108. Al-Kawthar - อัลเกาซัร(A River in Paradise) 109. Al-Kaafiroon - อัลกาฟิรูน(The Disbelievers)
110. An-Nasr - อัลนัศรฺ(The Help) 111. Al-Masad - อัลมะซัด(The Palm Fibre) 112. Al-Ikhlaas - อัลอิคลาส(Sincerity)
113. Al-Falaq - อัลฟะลัก(The Daybreak) 114. An-Naas - อันนาส(Mankind
Arabic Images Urdu Ahmed Ali Transliteration English Yusuf Ali French German English Shakir English Qaribullah English Muhsin Khan English Pickthall Albanian Azerbaijani Bosnian Brazilian Dutch Finnish Indonesian Italian Chinese Japanese Latin Malaysian Mexican Poland Portuguese Russian Spanish Swahili Thai Turkish Urdu Jalandhry
วันศุกร์ตรงกับวันอีดจะทำอย่างไร
วันศุกร์ตรงกับวันอีดจะทำอย่างไร
คำถามโดยคุณ UMAR
ถามอาจารย์ฟารีดครับ
คนที่ละหมาดอีดไม่ต้องละหมาดวันศุกร์ ไม่ต้องละหมาดบ่ายด้วย เพื่อนบอกว่าอาจารย์เคยบรรยายไว้นานแล้ว เขาอัดเทปไว้แต่หาไม่เจอ อยากให้อาจารย์ชี้แจงหน่อย ละหมาดอีดเป็นสุนัตแต่วันศุกร์กับบ่ายเป็นฟัรดู แทนกันได้หรือครับ ขอหลักฐานด้วย
คำตอบโดย อาจารย์ฟารีด เฟ็นดี้
เกี่ยวกับวันศุกร์ตรงกับวันอีดนั้น อิสลามได้ให้เราเลือกปฏิบัติได้ 3 กรณีด้วยกันคือ
1 – ละหมาดอีดและละหมาดวันศุกร์ด้วย
2 – ละหมาดอีดแล้วไม่ต้องละหมาดวันศุกร์แต่ละหมาดบ่าย
3 – ละหมาดอีดโดยไม่ละหมาดวันศุกร์และไม่ละหมาดบ่าย ไปละหมาดอัศริเลย
ทั้งสามกรณีนี้ ข้อที่ 1 และข้อที่ 2 มิใช่เป็นประเด็นสงสัยจึงขอยกยอดไป แต่สิ่งที่ยังคาใจอีกหลายคนก็คือ ข้อที่ 3 ที่บอกว่าละหมาดอีดโดยไม่ต้องละหมาดวันศุกร์และไม่ต้องละหมาดบ่ายกระทำได้หรือ เพราะละหมาดอีดเป็นซุนนะห์ ส่วนละหมาดวันศุกร์กับละหมาดบ่ายเป็นฟัรดู จะแทนกันได้หรือ
นี่คือการตั้งข้อสังเกตโดยที่ยังไม่รู้หลักฐาน เป็นการดีที่เราจะระวังรักษาฟัรดูของเราให้ครบถ้วน แต่เรื่องใดก็ตามที่มีตัวบทหลักฐานและมีแนวการปฏิบัติจากศอฮาบะห์ เราก็ต้องรับฟังด้วยเช่นกัน
รายงานจากอะฏออ์ อิบนิอบีรอบาฮ์ว่า “ท่านอิบนุซุบัยร์ได้นำเราละหมาดอีดซึ่งตรงกับวันศุกร์ในตอนเช้า และเมื่อเราได้ไปละหมาดวันศุกร์ ท่านก็ไม่ได้ออกมานำเราละหมาด พวกเราจึงต่างคนต่างละหมาด ขณะนั้นท่านอิบนุอับบาสอยู่ที่เมืองฏออิฟ เมื่อท่านกลับมาเราจึงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง ท่านกล่าวว่า ถูกต้องตรงตามซุนนะห์แล้ว” บันทึกโดยอบูดาวู๊ด ฮะดีษที่ 905
ฮะดีษทั้งสองบทข้างต้นนี้อยู่ในฐานะศอเฮียะห์ เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในยุคของท่านอับดุลลอฮ์ อิบนุซุบัยร์ และท่านอับดุลลอฮ์ อิบนุอับบาส ทั้งสองท่านนี้เป็นศอฮาบะห์ของท่านรอซูล
บางท่านกล่าวว่า น้ำหนักของหลักฐานนี้เบามากเป็นแค่ฮะดีษเมากูฟ คือเป็นการกระทำของศอฮาบะห์เท่านั้น มิใช่ฮะดีษมัรฟัวอ์ หมายถึงฮะดีษที่อ้างถึงคำพูด,การกระทำ,และการยอมรับของท่านนบี
ขอทำความเข้าใจว่านี่เป็นคำพูดที่ไม่ถูกต้อง เพราะถ้าพิจารณาในตอนท้ายของฮะดีษ เราจะพบคำพูดของอิบนุอับบาสที่อ้างถึงท่านนบีด้วย โดยท่านกล่าวว่า ถูกต้องตรงตามซุนนะห์ อย่างนี้เขาเรียกว่า อะลาฮุกมิ้ลมัรฟัวอ์ คือ ฮะดีษที่มีฐานะเดียวกับฮะดีษมัรฟัวอ์ หมายถึงอ้างถึงท่านนบีด้วยเช่นกัน
ประการต่อมาก็คือ ข้อสงสัยที่บอกว่า ละหมาดอีดเป็นซุนนะห์ ส่วนละหมาดวันศุกร์และละหมาดบ่ายเป็นฟัรดู จะแทนกันได้หรือ หลักฐานที่บอกว่าได้ แสดงไว้แล้วข้างต้นแล้ว ส่วนการที่เข้าใจว่าละหมาดอีดเป็นซุนนะห์นั้น อันนี้เป็นความเข้าใจในทัศนะของมัซฮับซาฟีอี ส่วนในมัซฮับอื่นๆ เขาเข้าใจว่าละหมาดอีดเป็นฟัรดูด้วย และเหตุของความเข้าใจในฮุก่มที่ต่างกันนี้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาในคำสั่งของท่านรอซูล ซึ่งเข้าสู่ประเด็นของฟิกฮ์ ที่เขาถกเถียงกันยืดยาว
อย่างไรก็ตาม เมื่อมีตัวบทหลักฐานเช่นนี้ ท่านก็เลือกปฏิบัติ 1 ใน 3 ข้อข้างต้น และคงไม่ต้องทะเลาะกันจนต้องแยกสุเหร่าอีกนะครับ
........................................................................................................................
http://www.moradokislam.org/modules.php?name=FAQ&myfaq=yes&id_cat=3#51
สรุปทัศนะที่มีน้ำหนักมากที่สุด กรณีวันอีดไปตรงกับวันศุกร์
สรุปทัศนะที่มีน้ำหนักมากที่สุด กรณีวันอีดไปตรงกับวันศุกร์
อัสลามุอาลัยกุม วาเราะมาตุลลอฮ
จากที่ผมนำเสนอเรื่อง กรณีวันอีดไปตรงกับวันศุกร์นั้น วันศุกร์หรือการละหมาดบ่าย เป็นที่ต้องปฏิบัติอีกหรือไม่นั้น
สรุปทัศนะที่มีน้ำหนักมากที่สุด
ตามที่ คุณ อาบิรฺ สบีล ได้นำเสนอไว้ตาม หลักฐานและการวิเคราะห์หลักฐานในเรื่องข้างต้นที่ http://www.iqraforum.com/forum/index.php/topic,2806.0.html
ทัศนะที่น่าจะมีน้ำหนักมากกว่าคือทัศนะแรก -เป็นข้อผ่อนปรนไม่ต้องละหมาดวันศุกร์แต่ให้ละหมาดซุฮฺรีแทนสำหรับผู้ที่อยู่ห่างไกลจากสถานที่ละหมาดวันศุกร์- ทั้งนี้ก็เพื่อมิให้เกิดความยากลำบากแก่บุคคลที่มีบ้านเรือนที่อยู่ห่างไกลจากมัสญิดที่ทำละหมาดวันศุกร์ เพราะช่วงเช้าต้องออกมาละหมาดอีด และถ้าหากเขาจำเป็นต้องละหมาดวันศุกร์อีก ก็ต้องออกมาละหมาดอีกซึ่งทำให้เกิดความลำบากในการเดินทาง.
แต่ในสมัยปัจจุบันจะเห็นได้ว่า การคมนาคมสะดวกและไม่ได้ยากลำบาก อีกทั้งการละหมาดวันศุกร์ก็ไม่ได้มีเฉพาะในเมือง แต่ตามชนบทก็มีการละหมาดวันศุกร์กัน
-------------------------------