ทันโลกทันอิสลาม ในใต้ร่มเงาอิสลาม ฉบับที่ 64
เป็นที่น่ายินดีที่ใต้ร่มเงาอิสลามได้แพร่ขยายกว้างไกลออกไป ไกลถึงกระทั่งสวีเดน อัลหัมดุลิลลาฮฺ**สร้างรอยยิ้มให้กับทีมงาน แต่ยิ้มยังไม่ทันจะบานเต็มหน้า ก็ต้องเปลี่ยนเป็นน้ำตา เสียดายที่สมาชิกบางส่วนหายไปโดยไม่ทราบสาเหตุว่าเป็นประการใด**เหมือนอยากจะบอกว่ากลับบ้านเถอะ ทางบ้านให้อภัยหมดแล้ว กระเซ้าเย้าแหย่ด้วยความคิดถึงครับ**ทำหนังสือมาเกือบจะหกปี มีแต่คำชม และคำแนะนำ มาถึงฉบับที่แล้ว หนังสือออกช้า มีเสียงด่า ก็น่าที่จะต้องรับฟังไว้มิใช่หรือ**พบกันปีนี้เป็นปีฮ.ศ.1431 นบีเดินทางไกลมาถึงขนาดนี้แล้ว เรายังเดินตามนบีไปไม่ถึงไหน น่าเศร้าใจนะ**ผลประโยชน์ล่อใจ รายได้ที่ดื้อรั้นจากการบิดเบือนสุนนะฮฺ ทำให้ตัวเองผิด สังคมพลาด เข้าข่ายที่อัลลอฮฺว่า...แลกเปลี่ยนโองการของอัลลอฮฺด้วยราคาเพียงเล็กน้อย...เป็นอันตรายที่ยากต่อการแก้ไข**เพราะความเข้าใจผิด และความดื้อดึงของคนที่ขาดการคิดค้นหาหลักฐาน เป็นอยู่อย่างนี้มายาวนาน และคงจะเป็นไปอีกนาน อย่างน่าเป็นห่วง**คุณครูผู้บริหารโรงเรียนบ้านรถไฟเล่าให้ฟังว่ามีเด็กต่างศาสนาเข้ามาเรียนที่โรงเรียนอย่างมากมาย ด้วยเหตุผลจากผู้ปกครองว่า ไว้ใจในตัวครู ครูเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ลูกของเขาได้ หมายถึงอิสลามปรากฎอยู่บนเรือนร่างของครูมุสลิม จนกระทั่งคนต่างศาสนิกไว้ใจ**นับเป็นความภูมิใจที่น่ายกย่องยินดี นี่คือ...ดะอฺวะฮฺอิสลามียะฮฺที่ทุกคนทำได้ไ ม่ใช่เฉพาะโต๊ะครู**เออ..แล้วที่ลูกมุสลิมไปเรียนอยู่ในโรงเรียนคริสต์ คงไม่ได้หมายความว่าไว้วางใจในตัวครูที่นั่น แล้วก็ไม่ไว้วางใจในตัวครูโรงเรียนมุสลิมนะครับ**14 กุมภา วันวาเลนไทน์ เป็นวันแห่งความรัก ใครบอก... ต้องไม่ใช่อิสลาม แล้วเราไปเดินตามเขาทำไม**ใครที่มีความผิดเรื่องนี้ ผิดเพราะเดินเข้าไปหามัน มันไม่ได้เดินเข้ามาหา ตามเขาลงรูแย้ ก็รับอันตรายไปเต็มๆ**ต้องตอกย้ำคำชัด โรงเรียนอิสลาม บ้านมุสลิม ต้องไม่ให้มีดอกกุหลาบเกิดขึ้นแม่แต่สักดอกเดียว**ข่าวช้ำ ความฉาว อียิปต์ตอกเหล็กกั้นรั้วปิดกั้นไม่ให้พิลัสฏีนโผล่หัวออกไปหายใจ ต้องฝังตัวตายอยู่ในฆ็อซซะฮฺ ถ้าเป็นบ้านเราเขาก็ถามว่าเป็นคนไทยหรือเปล่า แต่นี่เป็นบ้านเขาก็คงต้องถามว่าจะคบยิวเป็นมิตรหรือยังไง**น่าอดสูใจที่รักดุนยา และเกลียดกลัวความตาย** ที่จริงแล้วไม่ช้าก็ตายกันทั้งหมด ทั้งยิวทั้งอียิปต์ ทำไมไม่เลือกที่จะตายเพราะกลัวอัลลอฮฺ แต่เลือกที่จะตายเพราะกลัวศัตรู ไม่รู้เลือดนักสู้สิงห์ทะเลทรายหายไปไหนหมด**ที่ดีๆมีไม่ทำ ทำในสิ่งที่ไม่ดี ออกฟัตวาห้ามคลุมหน้า สร้างปัญหา พาวิชาการตกต่ำ ทำเพื่ออะไร**ทุกเรื่องกับทุกคนบนวันเวลา เมื่อมาถึงวันนี้ ดูที่เฮติ เมื่อแผ่นดินถูกทำให้สั่นไหว ผู้คนล้มตายไม่ใช่แค่สิบแต่แสน บทเรียนที่สอนให้รู้ว่าวันข้างหน้าหนักหนาสาหัสกว่านี้มากมายหลายๆเท่า เราเองก็จะพบกับวันนั้น แล้ววันนี้...เราเป็นเช่นไร !!?**ฉากสุดท้ายขอส่องไปที่กระจกบานใหญ่ในหน้าประวัติศาสตร์ สมัยนบีมีสหายร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่ ในยามสงครามก็พร้อมรบฟาดฟันศัตรู ปกป้องศาสนาให้พ้นจากการถูกทำลาย ปกป้องนบีให้พ้นจากการถูกทำร้าย**เมื่อยามบริจาคก็เทให้จนหมดตัว เหลือไว้เพียงอัลลอฮฺและรสูล**เมื่อถึงวันตาย ผ้ากะฝั่นไม่อาจจะปิดเท้าเพราะศีรษะโผล่ ไม่อาจจะปิดหัวเพราะเท้าเปิด**ทั้งชีวิต ทั้งทรัพย์สินของบรรพชน เสียสละยอมตาย ยอมหมดตัวเพื่ออัลลอฮฺ เพื่อศาสนา**จนกระทั่งถึงเราในวันนี้ 1431 ปี แห่งการอพยพ อะไร..? คือการใช้ชีวิตอุทิศตน เพียงเศษเสี้ยวของบรรดาเหล่าบรรพชน พูดๆๆ หรือ ทำ**ย้ำตัวก่อนตายในวันนี้ว่า เราก็หนึ่งในบรรดาผู้ศรัทธาด้วยชะฮาดะฮฺเดียวกัน มันน่าจะมีคุณค่ารับใช้ศาสนาของอัลลอฮฺมิใช่หรือ..?
- แสดงความคิดเห็น
- อ่าน 160 ครั้ง











ความคิดเห็นล่าสุด
1 สัปดาห์ 5 days ก่อน
2 weeks 4 days ก่อน
8 weeks 3 days ก่อน
12 weeks 3 days ก่อน
14 weeks 5 days ก่อน
15 weeks 3 days ก่อน
15 weeks 3 days ก่อน
17 weeks 5 days ก่อน
17 weeks 6 days ก่อน
17 weeks 6 days ก่อน