ความรักในอิสลามเริ่มจากตรงไหน

อีกไม่กี่อึดใจแล้วสินะก็จะถึงวันแห่งความรัก วันที่ชายหญิงหนุ่มสาวสมัยใหม่  ต่างแสดงออกซึ่งสิ่งที่ทุกคนเรียกมันว่า  “ความรัก”  บ้างแสดงออกด้วยกับคำพุดเชยๆประโยคเดิมๆที่พูดกันติดปาก ตั้งแต่สมัยรุ่นพ่อรุ่นแม่เขาใช้กันพร้อมดอกไม้ช่องาม  แล้วยื่นให้แล้วพูดคำว่า  “ฉันรักเธอนะ”  หรืออาจจะออกแนวน่ารักใสๆ  คิกขุอาโนเนะ  “รักนะเด็กโง่”  หรือจะออกแนวอินเทรนด์โดนใจวัยรุ่นสไตล์เกาหลีๆอย่าง     “ซารังแฮโย”  หรือจะอะไรก็แล้วแต่ที่เหล่าวัยรุ่นยุคใหม่จะสรรหามาเติมแต่งสิ่งที่ตัวเองเรียกมันว่า “ความรัก”

เพื่อจะแสดงออกให้กับเพศตรงข้ามซึ่งเป็นคู่รักของตนได้ชื่นชมกับความรัก  และในที่สุดก็จบลงด้วยกับการร่วมหลับนอนได้เสียกัน ...

นี่นะหรือคำว่ารักที่สังคมเขาต่างเชิดชูยกย่องเป็นที่นิยมกัน ประดับประดาด้วยคำพูดที่สวยหรูว่ามันคือวันแห่งความรัก  คือวันแห่งการมอบความรักให้แก่กันและกัน  แต่สำหรับพวกเราหนุ่มสาวอิสลามมิได้มองสิ่งนั้นเป็นความรักเลยแม้แต่น้อย  แต่ทว่ามันคือตัณหาราคะที่อยู่ในนิยามของคำว่า  “รัก”  ต่างหาก ! ก็ไม่ต่างอะไรกับหมาป่าที่ชาญฉลาดที่คอยล่อเหยื่อมาให้ติดกับดักที่วางไว้  เมื่อเหยื่อเผลอหลงมาติดกับดัก หมาป่าตัวนั้นก็กระโดดเข้าตะครุบ  แล้วก็ฉีกร่างของเหยื่อกินอย่างหิวโหย  พอกินอิ่มหนำสำราญ  ก็เหลือเพียงแต่ซากกระดูกที่กองไว้บนลานดินโดยที่มันมิได้หันมาเหลียวแลอีกเลย ...... นี่นะหรือ?  คือสิ่งที่พวกเขาเรียกมันว่าความ  “รัก”  เปล่าเลย!  ความรักของหนุ่มสาวในอิสลามมีค่ามากกว่านั้น  คือความรักแห่งการให้เกียรติ  ปกป้อง  ดูแล  ให้ความสุข  ความรัก  ความเมตตาอาทรซึ่งกันและกัน  “และหนึ่งจากสัญญาณทั้งหลายของพระองค์ คือทรงสร้างคู่ครองให้แก่พวกเจ้าจากตัวของพวกเจ้าเอง  เพื่อพวกเจ้าจะได้มีความสุขอยู่กับนาง  และทรงให้มีความรักใคร่และความเมตตาระหว่างพวกเจ้า  แท้จริงในการนี้  แน่นอนย่อมเป็นสัญญาณแก่หมู่ชนผู้ใคร่ครวญ”  (อัรรูม:21)  เป็นเสมือนดั่งหนามของดอกกุหลาบ  ที่คอยระวังป้องกันมิให้ใครต่อใครมาหยิบมาจับได้ง่ายๆ  ดั่งมีคำกล่าวคำนึงของนักกวีชาวแคชเมียร์  ซึ่งมีนามว่า  มุฮัมหมัดอิกบาล ได้กล่าวว่า  “หากว่าหนาม (ของดอกกุหลาบ)  กลายเป็นไหมอันอ่อนนุ่มละไมแล้วไซร้  ดอกกุหลาบคงกลายเป็นดอกที่ไม่ปลอดภัยและไม่ยืนยงอย่างแน่นอน”  และทั้งหมดนี่แหละ  คือสิ่งที่เรียกว่าความ “รัก”  ในอิสลาม   และทั้งหมดนี่จะเกิดขึ้นไม่ได้นอกเสียจากว่าภายหลังสิ้นสุดเสียงแห่งการนิกาห์  “บาเราะกัลลอฮฺละกะ  วะบาเราะกาอะลัยกะ  วะญะมะอาบัยนะกุมาฟีลค็อยริ”   (รายงานโดยอบูฮุรัยเราะฮ์  บันทึกโดย อะหฺหมัด ติรมีซีย์ และ อิบนุคุซัยมะฮ์ ) ...  และสิ้นสุดคำกล่าวอวยพรนี้แหละ ความรักของหนุ่มสาวอิสลามก็ได้เริ่มขึ้น !!!!

ที่มา ไทยแลนนิวส์

ติ ชม

เป็นบทความที่อ่านแล้วได้แง่คิดดี

สมควรฟอเวิร์ดต่อ เพราะเป็นบทความที่ดีมากๆ

อยากให้หนุ่มสาวสมัยนี้อ่านจัง

ญะซากัลลอฮฺมากๆค่ะ

ค้นหากุรอาน และรวมลิงค์เพื่อนบ้าน

« กุมภาพันธ์ 2012
อาทิตย์จันทร์อังคารพุธพฤศุกร์เสาร์
1234
567891011
12131415161718
19202122232425
26272829
ค้นหาอัลกุรอานในรูปแบบความหมายภาษาไทย (และอีก 30 ภาษาทั่วโลก) โดย globalquran.com

เว็บไซด์เพื่อการศึกษาอิสลาม ตลอดชีวิต บ้านมุสลิมะฮฺ เชคริฎอ อะหมัด สมะดี กลุ่มมุสลิมเพื่อสันติ หนังสือพิมพ์ประชาชาติอิสลามออนไลน์ ฟัตวาออนไลน์ มูลนิธิอนุรักษณ์มรดกอิสลาม กลุ่มสตรีแห่งทางนำ  ร้านมุอฺมินดีไซน์ หรือว่าพวกเจ้าคิดว่า พวกเจ้าจะได้เข้าสวนสวรรค์ ทั้งๆ ที่อัลลอฮฺยังมิได้ทรงรู้ บรรดาผู้ที่ต่อสู้ (ญิฮาด) ในหมู่พวกเจ้าพร้อมกันนั้น พระองค์ก็จะทรงรู้บรรดาผู้ที่อดทนด้วย อิสลามเริ่มต้นที่บ้าน บ้านแห่งการเรียนรู้...مرآة<br />
:: กระจกเงาสะท้อนเยาวชน ::[Togetherness magazine] ก้าวไป…ด้วยกันร้านบ้านมุสลิม จำหน่ายสินค้ามุสลิมเพื่อมุสลิม Basic to muslimah ยินดีต้อนรับแด่ผู้แสวงหาสัจธรรม
คัดลอกข้อความด้านล่างไปไว้ที่หน้าเว็บของท่าน หากต้องการแลกลิงค์

free counters