ความรักในอิส ลาม ฉบับที่ 68 : อิสลามกับความรัก (3)
2.ความรัก ระดับกลาง (ต่อจากอันดับที่ 67)
-ความรัก ระดับกลาง หมายความว่าอย่างไร?
-อิสลาม ถือว่าความรักระดับกลาง เป็นสิ่งสูงส่งหรือไม่?
-ความรัก ประเภทนี้มีอิทธิพลอย่างไรต่อชีวิตส่วนบุคคล ครอบครัว และสังคม ?
-ความรัก ประเภทนี้ควรมีขอบเขตอย่างไร?
คำถาม เหล่านี้จะตอบในรายละเอียดต่อไป เราต้องระลึกไว้ว่า อัลลอฮฺคือผู้ที่เป็นที่พึ่งของสรรพสิ่งทั้งมวล พระองค์เพียงองค์เดียวที่สามารถช่วยเหลือทุกสรรพสิ่งได้ และพระองค์เพียงองค์เดียวเท่านั้นที่นำทางเราสู่ทางอันเที่ยงตรง
ความรักใน ระดับกลางนี้เป็นอารมณ์ความรู้สึกของจิตใจ ที่คนๆหนึ่งมีความผูกพันทางใจและแสดงออกต่อคนอื่นๆ เช่น ความสัมพันธ์ทางด้านศาสนา ความสัมพันธ์ทางครอบครัว ความสัมพันธ์ทางเครือญาติและมิตรสหาย ความรักความชอบพอกัน ความเมตตา ความจงรักภักดี และความเห็นอกเห็นใจ ซึ่งจะทำให้ความสัมพันธ์เหล่านี้เข้มแข็งขึ้น โดยผ่านความรู้สึกแบบนี้ บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลายจึงมีความรักใคร่ซึ่งกันและกัน พ่อแม่รักลูกๆ ลูกๆก็รักพ่อแม่ สามีรักภริยา ภริยารักสามี คนผู้หนึ่งรักญาติพี่น้องของเขา และญาติพี่น้องก็รักเขา เพื่อนๆมีความรักต่อกันและกัน เป็นต้น
อิสลามถือ ว่าความรักแบบนี้เป็นความรู้สึกที่ประเสริฐและสูงส่ง อย่างไรก็ตาม มันจะต้องอยู่ในระดับที่สอง รองมาจากความรักในอัลลอฮฺและร่อสูลของพระองค์ เนื่องจากว่าไม่มีความรักอื่นใดจะยิ่งใหญ่และสูงส่งเทียบเท่าความ รักที่มีต่ออัลลอฮฺ ร่อสูลของพระองค์ และการต่อสู้ดิ้นรนในหนทางของพระองค์(ญิฮาด) กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ความรักที่มีต่ออัลลอฮฺ ต่อท่านร่อสูลุ้ลลอฮฺ ศ็อลลั้ลลอฮุ อฺะลัยฮิ วะสัลลัม และการญิฮาดย่อมมีสถานะที่ยิ่งใหญ่อยู่เหนือสิ่งอื่นใดและมีเกีร ยติยิ่ง ณ อัลลอฮฺ ผลของการมีความรักแบบนี้คือ
-หากปราศจากความรักที่มีต่อกันระหว่างคู่สามี-ภริยา ก็จะไม่มีครอบครัว ไม่มีผู้สืบสกุล ไม่มีการดูแลเอาใจใส่กัน ไม่มีการศึกษา และไม่มีการอุปถัมภ์เลี้ยงดู
-หากปราศ จากความรักในการอบรมกล่อมเกลาจิตใจของเด็ก ก็จะไม่มีความผูกพันระหว่างพ่อแม่กับเด็ก ไม่มีความผูกพันทางครอบครัว ไม่มีการติดต่อสัมพันธ์ทางเครือญาติ
-หากปราศจากความรัก ความสัมพันธ์ทางสังคมก็ไม่มี ไม่มีการรู้จักมักคุ้นกัน และไม่มีความสุขในหมู่มนุษยชาติ
ความรัก ระดับกลางจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่จะทำให้ผลประโยชน์ส่วนบุคคลและสังคม บรรลุผล ไม่แปลกเลยที่จะพบว่าคำสอนของอิสลามล้วนเสริมสร้างความเข้มแข็งมั่น คงต่อความรักที่มีต่อกันระหว่างพ่อแม่-ลูก ระหว่างสามี-ภริยา ต่อความรักระหว่างคนๆหนึ่งกับเพื่อนพ้องของเขา กับญาติพี่น้อง และกับเพื่อนมนุษย์โดยทั่วไป เป้าหมายของความรักระดับนี้มีอยู่ในอายะฮฺที่ว่า
“โอ้ มนุษย์เอ๋ย เราได้สร้างพวกเจ้าจากเพศชายและเพศหญิง และเราได้ทำให้พวกเจ้าเป็นเผ่าพันธุ์ เชื้อชาติต่างๆ เพื่อว่าพวกเจ้าจะได้รู้จักซึ่งกันและกัน แท้จริง ผู้ที่มีเกียรติยิ่งในหมู่พวกเจ้า ณ อัลลอฮฺนั้นก็คือ บรรดาผู้ที่มีตักฺวาในหมู่พวกเจ้า...” สูเราะฮฺ อัล-หุญุรอต : 13
“...แท้ จริง บรรดาผู้ศรัทธานั้น มิใช่อื่นใด นอกจาก เป็นพี่น้องกัน...”สูเราะ ฮฺ อัล-หุญุรอต : 10
“.....และ(บรรดาผู้ศรัทธาที่มะดีนะฮฺ)ได้ให้พวกเขา(มุฮาญิรีน)ก่อนตัวพวกเขาเอง แม้ว่าพวกเขา(อันศอรฺ)เองก็มีความจำเป็นในสิ่งนั้นมาก ก็ตาม.....” สูเราะ ฮฺ อัล-หัชรฺ : 9
“อัลลอฮฺมิ ได้ห้ามพวกเจ้าที่จะกระทำดี ให้ความยุติธรรมและสุภาพอ่อนโยน ต่อบรรดาผู้ที่มิได้ต่อต้านพวกเจ้าในเรื่องของอิสลาม และพวกเขาก็มิได้ขับไล่พวกเจ้าออกจากบ้านเรือนของพวกเจ้า แท้จริง อัลลอฮฺทรงรักบรรดาผู้มีควายุติธรรม” สูเราะฮฺ อัล-มุมตะหินะฮฺ : 8
ในบันทึกของบุ คอรียฺ-มุสลิมได้มีบันทึกไว้ว่า ท่านร่อสูลุ้ลลอฮฺ ศ็อลลั้ลลอฮุ อฺะลัยฮิ วะสัลลัม ได้กล่าวไว้ว่า “ท่านจะยังไม่เป็นผู้ศรัทธาที่แท้จริง จนกว่า ท่านชอบที่จะให้ได้แก่พี่น้องมุสลิม ในสิ่งที่ท่านชอบจะให้ได้แก่ตัวท่านเอง”
และยังมี บันทึกอีกว่า ท่านร่อ สูลุ้ลลอฮฺ ศ็อลลั้ลลอฮุ อฺะลัยฮิ วะสัลลัม ได้กล่าวไว้ว่า “อุปมาของความรักใคร่และความปรารถนาดีที่มีต่อกันของบรรดาผู้ ศรัทธา อุปมัยดั่ง เรือนร่างเดียวกัน เมื่อส่วนหนึ่งส่วนใดเจ็บปวด ร่างกายทั้งเรือนร่างก็พลอยเจ็บป่วย นอนไม่หลับไปด้วย”
ในศ่อหี๊ยฺหฺ มุสลิมมีบันทึกไว้ว่า ท่านร่อสูลุ้ลลอฮฺ ศ็อลลั้ล ลอฮุ อฺะลัยฮิ วะสัลลัม ได้กล่าวไว้ว่า “ผู้ศรัทธาไม่ควรเกลียดชังลักษณะที่ไม่ดีในภริยาของเขา เนื่องจาก นางอาจจะมีลักษณะที่ดีอื่นๆอีก”
ในศ่อหี๊ยฺหฺ บุคอรียฺ-มุสลิมมีบันทึกไว้ว่า ท่านร่อสูลุ้ลลอฮฺ ศ็อลลั้ลลอฮุ อฺะลัยฮิ วะสัลลัม ได้กล่าวไว้ว่า “ผู้ใดที่ศรัทธาในอัลลอฮฺและวันสุดท้าย เขาจะต้องมีความโอบอ้อมอารีย์ต่อเพื่อนบ้านและแขกของเขา”
ท่านฏ่อบะรอนียฺ ร่อหิมะฮุ้ลลอฮฺได้บันทึกไว้ว่า ท่านร่อสูลุ้ลลอฮฺ ศ็อลลั้ลลอฮุ อฺะลัยฮิ วะสัลลัม ได้กล่าวไว้ว่า “ผู้คนทั้งหลายนั้นเป็นครอบครัวของอัลลอฮฺ ดังนั้น ผู้ที่เป็นที่รักยิ่งของฉัน คือผู้ที่ทำประโยชน์ยิ่งต่อครอบครัวของอัลลอฮฺ” (ไม่ทราบสถานะของหะดีษ – ผู้แปล)
ต่อคำถาม ที่ว่า ความรักในระดับปานกลางนี้ควรจะมีขอบเขตขนาดไหน? ตามที่เราได้กล่าวไปแล้วว่า ความรักในระดับปานกลางนี้เป็นหลักการหนึ่งของกฎหมายอิสลาม เนื่องจากมันเสริมสร้างให้ความสัมพันธ์ระหว่างปัจเจกชนและระหว่าง หมู่คณะต่างๆเข้มแข็งยิ่งขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น ความรักแบบนี้ควรมีอยู่ตลอดไป มีเหตุผลทางด้านหลักกรอิสลามหรือไม่ ที่เราจะต้องเอาชนะหรือควบคุมความรักแบบนี้?
ตราบใดที่ มุสลิมผู้หนึ่งมีตักฺวาและกระทำคุณงามความดี เขาจะต้องไม่ถูกตัดความสัมพันธ์ ยิ่งกว่านั้น ไม่เป็นการบังควรอย่างยิ่งที่มุสลิมสองคนหรือสองฝ่ายจะ โต้เถียงกัน เอาชนะกัน หรือบาดหมาดหมางกันเกินกว่าสามวัน บุคอรียฺ และ มุสลิม บันทึกไว้ว่าท่านร่อสูลุ้ลลอฮฺ ศ็อลลั้ล ลอฮุ อฺะลัยฮิ วะสัลลัม ได้กล่าวไว้ว่า “ไม่อนุญาตให้มุสลิมตัดญาติขาดมิตรกับพี่น้องมุ สลิมของเขาเกินกว่าสามวัน แต่ละคนควรหันหน้าเข้าหากันเมื่อพวกเขาได้พบเจอกัน คนที่ดีกว่าในระหว่างสองคนนี้ คือคนที่ให้สะลามก่อน”
อิสลาม กำหนดระยะเวลาเช่นนี้ เพื่อว่าทั้งสองฝ่ายจะได้กลับมาคืนดีกันอีก มีความจริงใจต่อกัน และจับมือกัน หากการตัดความสัมพันธ์เกินสามวันถือว่าเป็นบาป บุคอรียฺ และ มุสลิม ได้บันทึกไว้ว่า ท่านร่อสูลุ้ลลอฮฺ ศ็อลลั้ลลอฮุ อฺะลัยฮิ วะสัลลัม ได้กล่าวไว้ว่า “จงอย่างเกลียดชังซึ่งกันและกัน อย่าอิจฉาริษยากัน อย่ามีความเป็นศัตรูระหว่างกัน แต่ให้กลับมาเป็นพี่น้องกัน และเป็นบ่าวของอัลลอฮฺด้วยกัน”
อิสลามได้สอน เราให้แนะนำและนำทางเพื่อนผู้ร่วมงานของเรา และมิตรสหายของเราเป็นการส่วนตัว เรียกร้องเชิญชวนพวกเขาสู่แนวทางอันถูกต้องเกี่ยวกับความเชื่อถือ ศรัทธา แสดงให้พวกเขาเห็นถึงผลร้ายที่จะตามมาจากการทำบาปและการทำชั่วต่างๆ ในบันทึกของมุสลิม ท่าน ร่อสูลุ้ลลอฮฺ ศ็อลลั้ล ลอฮุ อฺะลัยฮิ วะสัลลัม ได้กล่าวไว้ว่า “ศาสนาคือการตักเตือน บรรดาศ่อหาบะฮฺได้ถามว่า ต่อใคร? ท่านได้ตอบว่า “ต่ออัลลอฮฺ ต่อคัมภีร์ของพระองค์ ต่อร่อสูลของพระองค์ ต่อบรรดาผู้นำของมุสลิม และสามัญชนทั่วไป”
บุคอรียฺ และ มุสลิม บันทึกไว้ว่าท่าน ร่อสูลุ้ลลอฮฺ ศ็อลลั้ล ลอฮุ อฺะลัยฮิ วะสัลลัม ได้กล่าวไว้ว่า “ฉันมีพันธสัญญาในฐานะร่อสูลของอัลลอฮฺต้องกระทำละหมาด จ่ายซะกาฮฺ และนำทางแก่มุสลิมทุกคน”
หากผู้ใดไม่ ยอมรับคำแนะนำตักเตือนและการชี้แนะแนวทาง ผู้แนะนำก็ควรจะถอยห่างเขาออกมาเพื่อหนทางของอัลลอฮฺ แม้ว่าเขาจะเป็นญาติหรือเพื่อนก็ตาม ท่านอิบนิ อับบาสได้รายงานว่า ท่านร่อสูลุ้ลลอฮฺ ศ็อลลั้ลลอฮุ อฺะลัยฮิ วะสัลลัม ได้กล่าวไว้ว่า “การอีมานที่เข้มแข็งที่สุดก็คือการบริสุทธิ์ใจเพื่ออัลลอฮฺ เกลียดเพื่ออัลลอฮฺ รักเพื่ออัลลอฮฺ และแยกทางกันเพื่ออัลลอฮฺ”
บุคอรียฺ และ มุสลิม บันทึกไว้ว่า ท่านอบู สะอีด ร่อฎิยั้ลลอฮุ อันฮุ ได้รายงานว่า “ท่านร่อสูลุ้ลลอฮฺ ศ็อลลั้ลลอฮุ อฺะลัยฮิ วะสัลลัม ได้ห้ามค่อซัฟ(การเอานิ้วชี้กับนิ้วหัวแม่ มือจับก้อนหินแล้วขว้างใส่กัน) เนื่องจากมันไม่ใช่การละเล่นและมันก็ฆ่าศัตรูไม่ได้ด้วย แต่มันอาจจะทำให้ตาบอดหรือฟันหักได้”
ในบันทึกของบุ คอรียฺ บทที่ว่าด้วย “การไม่ติดต่อสัมพันธ์กับผู้ที่ไม่เชื่อฟังอัลลอฮฺ” ซึ่งกะอับ บิน มาลิก ร่อ ฎิยั้ลลอฮุ อันฮุ ได้กล่าวว่า “เมื่อเราไม่ได้ออกไปร่วมกับท่านร่อสูลุ้ลลอฮฺ ศ็อลลั้ลลอฮุ อฺะลัยฮิ วะสัลลัม ณ สมรภูมิตะบูก ท่าน ร่อสูลุ้ลลอฮฺ ศ็อลลั้ล ลอฮุ อฺะลัยฮิ วะสัลลัม ได้สั่งห้ามบรรดามุสลิมพูดคุยกับเรา ห้ามทักทาย หรือติดต่อสัมพันธ์กับเรา เป็นเวลาถึง 50 วัน.....จนกระทั่งอัลลอฮฺทรงประทานอภัยโทษ
-มีรายงานว่าท่านร่อสูลุ้ลลอฮฺ ศ็อลลั้ลลอฮุ อฺะลัยฮิ วะสัลลัม บอยคอตภริยาคนหนึ่งของท่าน เป็นเวลาถึงหนึ่งเดือน เพื่อเป็นการลงโทษ
-ท่านอัส-สุตี ยฺ รายงานว่า ท่านอับดุลลอฮฺ อิบนิ อัมรฺ ไม่ติดต่อสัมพันธ์กับลูกชายคนหนึ่งของเขา จนกระทั่งเขาตาย
สรุปแล้วมีการ บอยคอต 2 แบบ 1.บอยคอตชั่วคราว มีกำหนดระยะเวลาบอกไว้ เพื่อเป็นการลงโทษ 2.บอยคอตถาวร อันเนื่องมาจากการปฏิเสธและการตั้งภาคี (โปรดดูอัล-กุรอานสูเราะฮฺ มุญาดะละฮฺ : 22, สูเราะฮฺ ฮูด : 45-46, สูเราะฮฺ อัล-บะเกาะเราะฮฺ : 124, สูเราะฮฺ อัต-เตาบะฮฺ : 114)
สรุป อัล-กุรอานสอนผู้ศรัทธาให้ตัดสัมพันธ์กับคนที่ยังยืนยันในการ ปฏิเสธอิสลาม แม้ว่าพวกเขาเหล่านั้นจะเป็นคนในครอบครัวหรือเครือญาติก็ตาม ทั้งนี้ก็เพราะว่าอิสลามถือว่าสายสัมพันธ์ในความเป็นพี่น้องกันใน อิสลามนั้น แข็งแรงกว่าสายสัมพันธ์ทางครอบครัว เชื้อชาติ และภาษา ดังที่อัล-กุรอานได้กล่าวไว้ว่า
“...แท้ จริง บรรดาผู้ศรัทธานั้น มิใช่อื่นใด นอกจาก เป็นพี่น้องกัน...”สูเราะ ฮฺ อัล-หุญุรอต : 10
“...แท้ จริง ผู้ที่มีเกียรติยิ่งในหมู่พวกเจ้า ณ อัลลอฮฺนั้นก็คือ บรรดาผู้ที่มีตักฺวาในหมู่พวกเจ้า...” สูเราะฮฺ อัล-หุญุรอต : 13
เพราะฉะนั้น เป็นที่อนุญาตให้มุสลิมตัดความรักที่มีต่อบรรดาผู้ที่ยังไม่หยุด ทำบาปและปฏิเสธศรัทธา เผื่อว่าพวกเขาจะได้หยุดยั้งพฤติกรรมดังกล่าว และละทิ้งแนวทางแห่งการปฏิเสธ หันสู่การดำเนินรอยตามแนวทางอันเที่ยงตรง
(อินชาอัล ลอฮฺ โปรดติดตามต่อไป “ระดับต่ำสุดของความรัก” ในอันดับหน้า)
(บางตอน จากหนังสือ “อิสลามกับความรัก” เขียนโดย อับดุลลอฮฺ นาศิหฺ อุลวาน หน้า 41-58)
หนังสือใหม่ ศูนย์ภาษาธรรม
ค้นหากุรอาน และรวมลิงค์เพื่อนบ้าน
| อาทิตย์ | จันทร์ | อังคาร | พุธ | พฤ | ศุกร์ | เสาร์ |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 1 | 2 | 3 | 4 | |||
| 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 |
| 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 |
| 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 |
| 26 | 27 | 28 | 29 |
|
ค้นหาอัลกุรอานในรูปแบบความหมายภาษาไทย (และอีก 30 ภาษาทั่วโลก) โดย globalquran.com
|
|
|
ร้านมุอฺมินดีไซน์ คัดลอกข้อความด้านล่างไปไว้ที่หน้าเว็บของท่าน หากต้องการแลกลิงค์















ความคิดเห็นล่าสุด
42 weeks 3 days ก่อน
47 weeks 1 วัน ก่อน
47 weeks 4 days ก่อน
1 ปี 10 weeks ก่อน
1 ปี 12 weeks ก่อน
1 ปี 28 weeks ก่อน
1 ปี 29 weeks ก่อน
1 ปี 35 weeks ก่อน
1 ปี 39 weeks ก่อน
1 ปี 41 weeks ก่อน