จุดเด่นอิสลาม

ถาม มีศาสนามากมายที่คนเคารพนับถือ ทำไมมุสลิมจึงคิดว่าอิสลามถูกต้อง มีความน่าประทับใจตรงไหน ?
ตอบ อัล-หัมดุลิ้ลลาฮฺ ท่านผู้ถามผู้มีเกียรติ นี่เป็นคำถามที่ดูมีเหตุผลสำหรับผู้ที่ยังไม่ได้เข้ารับอิสลาม แต่สำหรับผู้ที่เชื่อมั่นศรัทธาและปฏิบัติตามคำสอนของอิสลามอยู่ก่อนแล้ว ก็จะรับรู้ได้ว่าอิสลามคือความประเสริฐและความโปรดปรานอันมากมายมหาศาลสำหรับเขา ที่ชีวิตเขาได้อาศัยอยู่ภายใต้ร่มเงาอิสลาม ด้วยเหตุผลมากมาย ดังตัวอย่างต่อไปนี้

1. มุสลิมเคารพสักการะพระเจ้าองค์เดียว ผู้ทรงเอกะ ไม่มีสิ่งใดเทียบเคียงพระองค์ พระองค์ทรงมีพระนามอันสวยสดงดงามและมีคุณลักษณะอันสูงส่ง ฉะนั้นจุดศูนย์รวมและเป้าหมายของมุสลิมจึงมุ่งไปที่อัลลอฮฺ ผู้ทรงอภิบาลและผู้ทรงสร้าง มุสลิมจะมอบหมายความไว้วางใจทุกอย่างที่พระองค์และขอความช่วยเหลือขอให้มีความอดทน ขอการสนับสนุนค้ำจุนจากพระองค์ มุสลิมเชื่อมั่นศรัทธาว่าอัลลอฮฺมีความสามารถทำทุกสิ่งทุกอย่างได้อย่างง่ายดาย และไม่จำเป็นต้องมีภริยาหรือลูกๆ อัลลอฮฺทรงสร้างชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน พระองค์เป็นผู้ทรงประทานชีวิตและความตาย พระองค์เป็นผู้ทรงสร้าง ผู้ทรงเลี้ยงดูปวงบ่าวที่แสวงหาปัจจัยยังชีพ พระองค์เป็นผู้ทรงได้ยิน เป็นผู้ทรงตอบสนองการขอดุอฺาอ์จากปวงบ่าวของพระองค์พระองค์เป็นผู้ทรงเมตตาปรานี ผู้ทรงให้อภัยแก่บ่าวของพระองค์ที่สำนึกผิดและกลับตัวกลับใจ เมื่อเขาได้กระทำความผิดหรือละเลยในการทำอิบาดะฮฺหรือเคารพภักดีต่อพระองค์ พระองค์เป็นผู้ทรงรอบรู้และเป็นผู้ทรง
เห็นทุกสิ่งทุกอย่าง ทรงรอบรู้เจตนาและสิ่งที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในจิตใจทุกอย่างของมนุษย์ บ่าวจะรู้สึกละอายใจที่จะกระทำบาปไม่ว่าจะเป็นการกระทำผิดต่อตัวเองหรือต่อผู้อื่น เพราะว่าพระผู้อภิบาลของเขากำลังจ้องมองดูเขาอยู่ตลอดเวลา และทรงเห็นการกระทำทุกอย่างที่เขากระทำมุสลิมตระหนักดีว่าอัลลอฮฺเป็นผู้ทรงปรีชาญาณ เป็นผู้ทรงเห็นในสิ่งเร้นลับและสิ่งที่ตาเรามองไม่เห็น เพราะฉะนั้น มุสลิมจึงเชื่อมั่นและวางใจว่าสิ่งที่อัลลอฮฺทรงกำหนดสำหรับเขานั้น ย่อมต้องเป็นสิ่งที่ดีอย่างแน่นอนมุสลิมรู้ว่าอัลลอฮฺจะไม่อยุติธรรมต่อเขา และรู้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่อัลลอฮฺกำหนดแก่เขาหรือสั่งใช้เขาต้องเป็นสิ่งที่ดี แม้ว่าเขาจะไม่เข้าใจว่ามีเหตุผลอะไรอยู่เบื้องหลัง

2. ผลของการอิบาดะฮฺหรือการเคารพสักการะต่ออัลลอฮฺมีผลต่อจิตวิญญาณของมุสลิม ดังเช่นการละหมาดเป็นการติดต่อสื่อสารกันระหว่างบ่าวกับพระผู้อภิบาลของเขา ถ้าหากเขาเข้าสู่การละหมาดด้วยจิตใจที่นอบน้อมถ่อมตนและสำรวมตนและจดจ่ออยู่กับการละหมาด เขาจะรู้สึกสงบสุขและปลอดภัยมั่นคง เพราะเขากำลังแสวงหา “พลังสนับสนุนอันยิ่งใหญ่” ซึ่งก็คืออัลลอฮฺ ผู้ทรงมหาบริสุทธิ์ ผู้ทรงสูงส่งนั่นเอง ด้วยเหตุนี้ท่านนบีมุหัมมัด ศ็อลลั้ลลอฮุ อฺะลัยฮิ วะสัลลัมได้เคยกล่าวไว้ว่า “พวกเราจงแสวงหาการผ่อนคลายและความเพลิดเพลินในการละหมาด”ถ้ามีสิ่งใดที่ทำให้เขาทุกข์ยากลำบากใจ เขาก็จะรีบเร่งสู่การละหมาดทุกคนที่พบว่าตัวเองกำลังเผชิญหน้ากับภัยพิบัติและพยายามละหมาดเขาจะพบกับความเข้มแข็ง ความอดทนและความสบายใจ ทั้งนี้ ก็เพราะว่าเขากำลังท่องถ้อยคำของพระผู้อภิบาลของเขา ซึ่งไม่มีถ้อยคำของสิ่งถูกสร้างใดจะบังเกิดผลได้เยี่ยงถ้อยคำของพระองค์ ถ้าคำพูดไม่กี่คำของนักจิตวิทยาสามารถทำให้เกิดความสบายใจขึ้นมาบ้างเล็กน้อยแล้วท่านจะคิดอย่างไรกับถ้อยคำของผู้ที่ทรงสร้างนักจิตวิทยาเล่า ?

ทีนี้เราลองมาดูเรื่องซะกาฮฺกันบ้าง ซะกาฮฺเป็นเสาหลักหนึ่งของอิสลาม ซะกาฮฺจะช่วยขัดเกลาจิตวิญญาณจากความตระหนี่ถี่เหนียวและทำให้คุ้นเคยกับการเป็นคนมีน้ำใจไม่เห็นแก่ตัวและการช่วยเหลือผู้ยากจนขัดสน ซะกาฮฺจะนำมาซึ่งรางวัลอันยิ่งใหญ่ในวันแห่งการฟื้นคืนชีพ เหมือนกับการอิบาดะฮฺหรือการเคารพสักการะต่ออัลลอฮฺในรูปแบบอื่นๆ มันไม่ถือว่าเป็นภาระอันยากลำบาก เพียงแค่ร้อยละสองครึ่งหรือพันละยี่สิบห้าเท่านั้นเอง มุสลิมที่มีความจริงใจจะจ่ายมันอย่างเต็มใจและไม่คิดจะหลีกเลี่ยงหรือรอจนต้องมีคนมาบอกมาเตือนให้จ่ายซะกาฮฺการถือศีลอด เป็นการละเว้นจากอาหารการกินและการเสพสุขทางเพศ มันเป็นรูปแบบหนึ่งของการอิบาดะฮฺหรือการเคารพสักการะต่ออัลลอฮฺ มันเป็นหนทางหนึ่งที่จะทำให้รับรู้รสชาติของความหิวโหยที่บรรดาผู้อดอยากยากแค้นได้รับ มันยังเป็นการช่วยเตือนให้รำลึกถึงความจำเริญและความโปรดปรานจากผู้ทรงสร้าง อันจะนำมาซึ่งรางวัลอย่างไม่อาจคาดคำนวณได้หัจญฺ เป็นการเดินทางสู่บ้านอันประเสริฐเต็มไปด้วยความจำเริญของอัลลอฮฺ ซึ่งถูกก่อสร้างโดยท่านนบีอิบรอฮีม อฺะลัยฮิสสะลาม การประกอบพิธีหัจญฺเป็นการเชื่อฟังปฏิบัติตามคำสั่งของอัลลอฮฺ และเป็นการเรียกร้องให้มุสลิมมาพบปะกันกับพี่น้องมุสลิมที่มาจากทั่วทุกมุมโลก

3. อิสลามสั่งใช้ให้กระทำความดีทุกชนิดและสั่งห้ามการกระทำชั่วทุกชนิดด้วยเช่นกัน อิสลามส่งเสริมให้มีพฤติกรรมและ กิริยามารยาทที่ดีต่อผู้อื่น อิสลามกำชับใช้ให้มีพฤติกรรมที่ดีมากมายหลายอย่าง เช่น ความซื่อสัตย์สุจริต ความอดทน ความสุขุมรอบคอบความสุภาพอ่อนโยน ความนอบน้อมถ่อมตน การรู้จักพอประมาณ การรักษาคำมั่นสัญญา การให้เกียรติผู้อื่น ความเมตตาปรานี ความยุติธรรม ความกล้าหาญ ความเป็นมิตรต่อผู้คน ความสมถะ ความบริสุทธิ์ผุดผ่องไม่กระทำสิ่งที่ไม่ดีงามใดๆ ประพฤติปฏิบัติแต่ในสิ่งที่ดีงาม ความใจกว้างรู้จักให้อภัยต่อผู้อื่น ความน่าเชื่อถือไว้วางใจความรู้สึกขอบคุณสำหรับการได้รับสิ่งที่ทำให้เกิดความพึงพอใจ และการควบคุมตัวเองเวลาโกรธ เป็นต้น อิสลามได้สั่งกำชับมุสลิมให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ อันพึงปฏิบัติต่อบิดามารดาและรักษาสายสัมพันธ์ทางครอบครัวและเครือญาติ การช่วยเหลือคนยากจนขัดสนการทำดีต่อเพื่อนบ้าน การปกป้องและคุ้มครองทรัพย์สินของเด็กกำพร้าการเอ็นดูเมตตาต่อผู้อ่อนเยาว์กว่าและการให้เกียรติผู้อาวุโส การมีจิตเมตตาต่อบ่าวหรือผู้รับใช้และต่อบรรดาสัตว์ทั้งหลาย การขจัดขวากหนามหรือสิ่งที่จะเป็นอันตรายออกจากถนนหนทาง การพูดด้วยถ้อยคำที่สุภาพอ่อนโยน การให้อภัยทั้งๆที่มีโอกาสที่จะล้างแค้นได้ การมีความบริสุทธิ์ใจต่อพี่น้องมุสลิม การพบปะเยี่ยมเยียนพี่น้องมุสลิมที่ยากจนการให้เวลาที่ไม่สร้างความลำบากแก่ลูกหนี้ในการจ่ายหนี้ การชอบที่จะให้ผู้อื่นมากกว่าที่จะให้แก่ตัวเอง การปลอบใจผู้อื่น การทักทายผู้อื่นด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส การเยี่ยมผู้ป่วย การให้ของขวัญแก่คนที่รู้จักมักคุ้น การให้เกียรติแขก การทำดีต่อภริยาและเลี้ยงดูนางและลูกๆอย่างดีการแผ่ขยายการให้สลาม และขออนุญาตก่อนเข้าบ้านผู้คนแม้จะเป็นบ้านของตัวเอง อย่างน้อยที่สุดเพื่อไม่ให้ใครเห็นเรื่องส่วนตัวที่ไม่ต้องการให้ผู้อื่นพบเห็น

ผู้ที่ไม่ใช่มุสลิมอาจจะมีมารยาทอันดีงาม แต่พวกเขามิได้แสวงหารางวัลตอบแทนจากอัลลอฮฺ หรือการรอดพ้นในวันแห่งการตัดสินตอบแทน

ถ้าหากเราพิจารณาถึงสิ่งที่อิสลามสั่งห้าม เราก็จะพบว่ามันเป็นผลประโยชน์ร่วมกัน ทั้งต่อส่วนบุคคลและสังคมโดยส่วนรวม ข้อห้ามทั้งหลายแหล่เหล่านี้ เป็นการปกป้องความสัมพันธ์ระหว่างบ่าวกับผู้อภิบาลของเขา ระหว่างตัวเขากับเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ตัวอย่างเช่น อิสลามห้ามการเอาสิ่งใดสิ่งหนึ่งมาเคารพภักดีเคียงคู่กับการเคารพภักดีอัลลอฮฺ และการเคารพภักดีสิ่งอื่นนอกเหนือไปจากอัลลอฮฺทั้งนี้ก็เพราะว่ามันจะนำมาซึ่งความหายนะ อิสลามห้ามการไปหาหมอดูหรือเชื่อในการทำนายโชคชะตา อิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ การใช้เวทมนตร์คาถา การใช้คุณไสย์ เพื่อให้คู่ครองทะเลาะแตกแยกกัน หรือให้คนสองคนหลงมนตร์เสน่ห์มาชอบพอรักใคร่กัน การเชื่อในอิทธิพลของดวงดาวที่มีต่อชีวิตของมนุษย์ การสาปแช่งเวลา เนื่องจากอัลลอฮฺทรงเกี่ยวข้องโดยตรงต่อทุกๆเหตุการณ์หรือกิจการทั้งหลาย รวมถึงในสิ่งพ้นญาณวิสัยด้วย การสาปแช่งเวลานั้นเป็นการมองโลกในแง่ร้ายอิสลามห้ามการกระทำที่จะทำให้การงานที่ดีทั้งหลายนั้นสูญเสียไป โดยการ โอ้อวด การคุยโว การก้มศีรษะโค้งคำนับหรือสุญูด(กราบ)ต่อผู้อื่นหรือสิ่งอื่นนอกเหนือไปจากอัลลอฮฺ การนั่งร่วมวงกับพวกตีสองหน้า พวกหน้าไหว้หลังหลอก หรือพวกที่ไร้ศีลธรรมเพื่อความสนุกสนานเฮฮา การคบค้าสมาคมกับคนพวกนี้เป็นเพื่อนสนิทมิตรสหายการขอให้อัลลอฮฺทรงสาปแช่งหรือโกรธกริ้วผู้อื่น การสาปแช่งประณามผู้อื่นให้เป็นชาวนรก
อิสลามห้ามถ่ายปัสสาวะลงในน้ำนิ่ง การถ่ายอุจจาระลงบนถนนหนทางหรือในที่ๆมีผู้คนใช้เป็นร่มเงาพักผ่อนหลบแดดหลบฝน หรือการถ่ายปัสสาวะลงในที่ร่มเงาดังกล่าว ห้ามหันหน้าหรือผินหลังไปยังทิศกิบละฮฺ(ทิศที่หันไปในขณะละหมาด)ขณะขับถ่าย ห้ามจับอวัยวะเพศด้วยมือขวาขณะขับถ่าย ห้ามให้สลามแก่ผู้ที่กำลังขับถ่าย และห้ามใช้มือหยิบจับภาชนะใดก่อนล้างมือเมื่อมุสลิมตื่นนอนอิสลามห้ามละหมาดสุนนะฮฺใดๆขณะดวงอาทิตย์กำลังขึ้นหรือกำลังตก เพราะว่ามันขึ้นและตกระหว่างเขาของชัยฏอน ห้ามละหมาดขณะที่ยังหิวอยู่และอาหารก็เตรียมพร้อมแล้ววางอยู่ต่อหน้า ห้ามละหมาดในขณะที่กำลังจำเป็นต้องรีบขับถ่ายโดยเร็ว หรือกำลังรู้สึกปวดท้องขับถ่ายมาก เพราะจะทำให้เสียสมาธิในการละหมาด อิสลามห้ามมุสลิมใช้เสียงดังมากขณะละหมาด เพราะมันจะไปรบกวนผู้อื่น ห้ามละหมาดสุนนะฮฺในยามค่ำคืนขณะที่ยังง่วงอยู่ เขาควรจะนอนหลับให้หายง่วงเสียก่อนแล้วตื่นขึ้นมายืนละหมาด ห้ามละหมาดตลอดทั้งคืนโดยไม่หลับไม่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการละหมาดเช่นนั้นเป็นประจำ และให้หยุดละหมาดเมื่อสงสัยว่าเสียน้ำละหมาดแล้วหรือได้ยินเสียงผายลมหรือได้กลิ่นผายลมอิสลามห้ามการซื้อ-ขายในมัสญิด หรือห้ามประกาศหาของหายในมัสญิด เนื่องจากมัสญิดเป็นที่ำสำหรับทำการเคารพสักการะและรำลึกถึงอัลลอฮฺ ไม่ใช่สถานที่สำหรับกิจการทางโลกอิสลามห้ามเร่งรีบเดินเมื่ออิกฺอมะฮฺ(การเรียกเพื่อตั้งแถวละหมาด)แล้วแต่ให้เดินอย่างสงบเสงี่ยมสำรวมตน อิสลามห้ามการคุยโวโอ้อวดราคาค่าก่อสร้างมัสญิด ห้ามประดับประดามัสญิดด้วยสีแดงหรือสีเหลือง หรือเครื่องประดับที่จะทำให้จิตใจของผู้ทำอิบาดะฮฺวอกแวกอิสลามห้ามถือศีลอดโดยไม่ละศีลอด ห้ามสตรีถือศีลอดสุนนะฮฺหากสามีนางไม่อนุญาตอิสลามห้ามสร้างสิ่งก่อสร้างเหนือหลุมฝังศพ ห้ามทำหลุมฝังศพให้สูง ห้ามนั่งบนหลุมฝังศพ ห้ามใส่รองเท้าเดินระหว่างหลุมฝังศพห้ามประดับประดาแสงสีและข้อความเหนือหลุมฝังศพ ห้ามตีอกชกหัวฉีกเสื้อผ้า หรือปล่อยผมเผ้าให้ยุ่งเหยิงเป็นกระเซิงเมื่อมีคนตาย การแจ้งข่าวการตายนั้นไม่ห้าม แต่การป่าวประกาศข่าวตายเยี่ยงยุคสมัยญาฮิลียะฮฺ(ยุคสมัยแห่งความป่าเถื่อนงมงาย)เป็นสิ่งต้องห้าม (ดู “ฟิกฺฮุสสุนนะฮฺ” ฉบับแปลเป็นภาษาไทย เล่ม 2 หน้า 280)

อิสลามสั่งห้ามพัวพันกับดอกเบี้ย การขายที่ฉ้อฉลหลอกลวงการขายเลือด สุรายาเมา สุกร เจว็ดรูปปั้น และทุกสิ่งทุกอย่างที่อัลลอฮฺห้าม ราคาของมันไม่ว่าจะเป็นการซื้อหรือการขายล้วนหะรอม(ต้องห้าม)ทั้งสิ้น การเสนอราคาสำหรับสิ่งของบางอย่างที่ไม่ได้ตั้งใจจะซื้อ ดังที่มีให้เห็นในการประมูลขายทอดตลาดทั้งหลาย การปิดบังตำหนิหรือข้อบกพร่องของสินค้าเวลาขาย การขายสิ่งที่ไม่ใช่ของตัวเองหรือขายก่อนที่สิ่งนั้นๆจะมาเป็นกรรมสิทธิ์ของตัวเอง การขายตัดราคากัน การขายโก่งราคาสูงกว่าผู้อื่น การขายผลิตภัณฑ์ก่อนที่จะแน่ใจว่ามันอยู่ในสภาพที่ดีปราศจากข้อตำหนิใดๆ การโกงน้ำหนักหรือเครื่องชั่ง ตวง วัดและการกักตุนสินค้า ผู้ใดที่มีหุ้นส่วนในที่ดินแปลงหนึ่งหรือตันอินทผาลัมต้นหนึ่ง เป็นที่ต้องห้ามแก่เขาที่จะขายในส่วนของเขาโดยไม่ปรึกษากับหุ้นส่วนคนอื่นๆ อิสลามห้ามใช้ทรัพย์สินของเด็กกำพร้าอย่างไม่เป็น
ธรรม ห้ามการพนันขันต่อ การจะเอาสิ่งใดโดยใช้กำลัง การรับและให้สินบน การลักขโมยทรัพย์สินของผู้อื่นหรือใช้มันโดยอธรรม การค่อยๆทำให้คุณค่าทรัพย์สินของผู้อื่นลดลงเรื่อยๆ การเก็บทรัพย์สินของผู้อื่นที่สูญหายไปได้ หรือเก็บเงียบไม่ยอมประกาศถามหาเจ้าของ การหลอกลวงทุกวิถีทาง การกู้ยืมที่ไม่มีความตั้งใจจะจ่ายคืน การเอาทรัพย์สินของพี่น้องมุสลิมมาโดยไม่บอกกล่าว นอกเสียจากเขาจะเต็มใจให้ เพราะสิ่งของที่เอามาโดยที่เจ้าของไม่เต็มใจให้ หรือเกรงใจที่จะทวงคืน หรือละอายที่จะแสดงอาการไม่พอใจนั้นถือว่าหะรอม การรับของกำนัลโดยผู้ให้มีความประสงค์จะให้ช่วยทำอะไรสักอย่างหนึ่ง ถือว่าเป็นสินบนซึ่งเป็นสิ่งต้องห้ามเช่นกัน

การครองชีวิตเป็นโสดไม่ยอมแต่งงานและการตอนเป็นที่ต้องห้าม เช่นเดียวกับการที่ชายแต่งงานกับหญิงสองคนที่เป็นพี่น้องกันหรือเป็นป้า น้า อา กันก็ไม่ได้ ไม่ว่าจะแต่งงานกับ ป้า น้า อา หลังจากนางหรือก่อนนางก็ตาม เนื่องจากมันจะเป็นทำลายความสัมพันธ์ทางเครือญาติ ห้ามมีข้อตกลงแลกเปลี่ยนในการแต่งงาน เช่น การพูดว่า“ให้ฉันแต่งงานกับลูกสาวของท่าน แล้วฉันจะให้ลูกสาวหรือน้องสาวของฉันแต่งงานกับท่าน” มันเป็นการข่มขู่ กดดัน อธรรม และหะรอม อิสลามห้ามการแต่งงานชั่วคราว(มุตอฺะฮฺ) ซึ่งเป็นพันธสัญญาการแต่งงานช่วงเวลาสั้นๆช่วงหนึ่งที่ชายหญิงตกลงใจร่วมกัน เมื่อถึงเวลาที่ตกลงกันไว้ชีวิตสมรสก็สิ้นสุดเพียงนั้น อิสลามห้ามร่วมเพศขณะที่ฝ่ายหญิงกำลังมีประจำเดือน ห้ามชายขอหญิงแต่งงานขณะที่มีชายอื่นมาสู่ขอนางก่อนแล้ว นอกเสียจากว่าชายผู้นั้นยอมถอนตัวและหลีกทางให้เขา ห้ามแต่งงานให้กับหญิงที่เคยแต่งงานมาแล้วโดยที่ไม่ได้ปรึกษาหรือถามการตัดสินใจของนางก่อน หรือห้ามแต่งงานให้หญิงสาวบริสุทธิ์โดยที่ไม่ถามการยินยอมของนาง ห้ามอวยพรแก่คู่บ่าวสาวให้มีชีวิตสมรสที่ร่าเริงเบิกบานและมีลูกชายเต็มบ้านหลานชายเต็มเมือง เนื่องจากมันเป็นการอวยพรของพวกญาฮิลียะฮฺซึ่งพวกเขาเกลียดชังลูกผู้หญิง หญิงที่ถูกหย่าร้างเป็นที่ต้องห้ามสำหรับนางที่จะปิดบังสิ่งที่อัลลอฮฺได้ทรงบังเกิดในครรภ์ของนาง(ถ้านางตั้งครรภ์) สามี-ภริยาห้ามพูดเรื่องส่วนตัวของทั้งสองให้ผู้อื่นฟัง ห้ามหาเรื่องให้ฝ่ายหญิงต่อต้านสามีหรือการที่จะนำไปสู่การหย่าร้างได้โดยง่าย ห้ามหญิงหนึ่งขอให้ผู้หญิงอีกคนหนึ่งหย่าสามีเพื่อที่นางจะได้ไปแต่งงานกับเขาเสียเอง ห้ามภริยาใช้จ่ายทรัพย์สินของสามี โดยที่ไม่ได้รับอนุญาตจากเขา หรือไม่ยอมร่วมหลับนอนกับเขาโดยไม่มีเหตุผลที่ดีพอ เนื่องจากมะลาอิกะฮฺจะสาปแช่งนางถ้านางทำเช่นนั้น ผู้ชายถูกห้ามแต่งงานกับภริยาของพ่อ ห้ามร่วมหลับนอนกับหญิงที่ท้องจากชายอื่น ห้ามฝ่ายชายหลั่งภายนอกขณะร่วมหลับนอนกับภริยาโดยที่ภริยาไม่ยินยอม ห้ามฝ่ายชายกลับจากการเดินเข้าบ้านในยามค่ำคืน มิฉะนั้นมันจะเป็นการรบกวนคนในบ้าน ห้ามชายนำมะฮัรของภริยาไปโดยที่นางไม่ยินยอม หรือห้ามก่อกวนภริยาของเขาเพื่อที่นางจะได้หมดหวังใน
ทรัพย์สินของนางห้ามผู้หญิงอวดความงาม ห้ามผู้หญิงขลิบอวัยวะเพศเกินขอบเขต ห้ามผู้หญิงปล่อยให้ผู้อื่นเข้าบ้านสามีนางโดยที่สามีไม่อนุญาตและการอนุญาตของสามีเป็นที่ยอมรับได้ตราบเท่าที่ผู้ที่มาอยู่นั้นอยู่ในขอบเขตของชะรีอฺะฮฺอิสลาม เป็นที่ต้องห้ามที่จะแยกแม่และเด็กออกจากกันในกรณีที่แม่หย่ากับพ่อ การพบเห็นพฤติกรรมที่ไม่ดีไม่งามแล้วไม่มี
การตักเตือนกันถือเป็นสิ่งต้องห้าม การจงใจใช้สายตาดูทุกสิ่งอย่างไม่เลือกว่าอะไรควรอะไรไม่ควร โดยเฉพาะอย่างยิ่งดูในสิ่งที่ห้ามดู ก็เป็นสิ่งต้องห้าม

อิสลามห้ามกินเนื้อสัตว์ที่ตายเอง ไม่ว่าจะจมน้ำตาย ถูกรัดคอตาย ช็อคหรือตกจากที่สูงก็ตาม ห้ามกินเนื้อสุกรและสัตว์อื่นใดที่กล่าวนามอื่นขณะเชือดไม่ใช่นามของอัลลอฮฺ ห้ามกินเนื้อสัตว์หรือนมของสัตว์ที่กินปฏิกูลหรือสิ่งสกปรกและของที่เน่าเสียเป็นกิจนิสัย ห้ามกินเนื้อสัตว์ทุกชนิดที่มีเขี้ยวเล็บและกินสัตว์อื่นเป็นอาหาร และนกทุกชนิดที่มีอุ้งเล็บห้ามกินลาบ้านที่เลี้ยงกันอยู่ ห้ามฆ่าสัตว์ด้วยการขว้างด้วยก้อนหินจนตาย ห้ามกักขังสัตว์โดยไม่ได้ให้อาหารมันเลยจนมันตาย ห้ามฆ่าสัตว์ด้วยฟันหรือตะปู ห้ามฆ่าสัตว์เพื่อเป็นอาหารต่อหน้าสัตว์ตัวอื่น ห้ามลับมีดต่อหน้าสัตว์ที่จะเชือด

เกี่ยวกับเรื่องการแต่งกาย ผู้ชายห้ามสวมใส่ทอง มุสลิมทุกคนถูกห้ามเปลือยกายหรือเปิดเผยอวัยวะพึงสงวน ห้ามแต่งกายด้วยชุดที่ยาวลากไปกับพื้นเพื่อโอ้อวด และห้ามสวมใส่เสื้อผ้าที่ดึงดูดความสนใจของผู้คน

อิลามห้ามเป็นพยานเท็จ ห้ามใส่ร้ายหญิงศรัทธาผู้บริสุทธิ์ห้ามใส่ร้ายผู้ที่ไม่ได้กระทำความผิด ห้ามนินทาว่าร้ายผู้อื่น ห้ามเยาะเย้ยซึ่งกันและกัน ห้ามเรียกผู้อื่นด้วยชื่อฉายาที่เขาไม่พอใจ การแพร่กระจายเรื่องซุบซิบนินทาและเรื่องไม่ดีงามทั้งหลายให้แผ่ขยายออกไป การทำให้พี่น้องมุสลิมรู้สึกตลกขบขัน การคุยโม้เกี่ยวสถานะของตัวเอง การสงสัยในเชื้อสายวงศ์ตระกูล การพูดจาให้ร้ายผู้อื่น การหมิ่นประมาทและการลามกอนาจาร การพูดจาหยาบคายและพฤติกรรมอันหยาบช้า
อิสลามห้ามพูดโกหก หนึ่งในบรรดาการโกหกที่ชั่วร้ายที่สุดก็คือการโกหกเกี่ยวกับความฝัน เหมือนกับความฝันและการหยั่งรู้จอมปลอม เพื่อจะยกย่องให้เกียรติใคร หรือเพื่อผลประโยชน์ทางด้านวัตถุ หรือเพื่อเป็นการข่มขวัญศัตรูให้ตกใจ
อิสลามห้ามมุสลิมยกย่องสรรเสริญตัวเอง หรือการพูดในลักษณะปิดบังอำพราง ห้ามพูดจาซุบซิบเหมือนมีลับลมคมในอะไรกันสองคน ในขณะที่มีคนที่สามร่วมอยู่ด้วย เพราะมันเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจห้ามสาปแช่งพี่น้องมุสลิมหรือคนที่ไม่สมควรถูกสาปแช่งห้ามพูดไม่ดีเกี่ยวกับคนตาย ห้ามด่าว่าคนตาย ห้ามขอดุอฺาอ์ให้ตัวเองตายหรืออยากตายอันเนื่องมาจากความทุกข์ยากที่ตัวเองประสบอยู่ ห้ามสาปแช่งผู้ใด รวมถึงลูกหลาน คนรับใช้ และทรัพย์สินของผู้ใดมุสลิมถูกห้ามการกินอาหารที่อยู่ข้างหน้าผู้อื่น หรือการกินอาหารจากตรงกลางถาดกลางจาน แต่ให้กินอาหารจากที่อยู่ใกล้หรืออยู่ต่อหน้าของตัวเอง เนื่องจากความจำเริญลงมาตรงกลางอาหารนั้นอิสลามห้ามดื่มจากแก้วหรือภาชนะที่แตกร้าวเนื่องจากมันอาจจะเกิดอันตรายขึ้นได้ ห้ามกินจากปากขวดหรือภาชะที่ใช้เก็บน้ำ ห้ามหายใจรดลงในน้ำ ห้ามนอนกินอาหาร ห้ามนั่งร่วมวงกับโต๊ะอาหารที่ดื่มสุราหรือสิ่งมึนเมา ห้ามนอนโดยที่ยังไม่ได้ดับฟืนไฟที่เตาหรือตะเกียงให้ดับสนิทก่อน ห้ามนอนทั้งๆมือยังเปรอะเปื้อนมีกลิ่นคาวอาหารหรือเนื้อสดติดอยู่กับมือ หรือนอนหลับขณะที่มือยังมีกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ติดอยู่
ห้ามนอนบนท้องคน ห้ามพูดหรือตีความฝันร้าย เนื่องจากมันเป็นเล่ห์เหลี่ยมของชัยฏอน

ห้ามฆ่าคนนอกจากเพื่อผดุงความเป็นธรรม ห้ามฆ่าลูกเพราะกลัวความยากจน ห้ามฆ่าตัวตาย การผิดประเวณี การสมสู่กับเพศเดียวกัน การดื่มสุรายาเมา รวมถึงการจัดหา การนำส่ง จนถึงการขายห้ามโปรดปรานมนุษย์ทั้งๆที่เป็นสิ่งที่อัลลอฮฺโกรธกริ้ว ห้ามทำให้พ่อแม่เสียใจแม้เพียงแค่กล่าวคำว่า “อุฟ” (เฮ้ย ! หรือคำที่แสดงออกถึงความไม่พอใจ ความรำคาญ ความน่าเบื่อหน่าย เป็นต้น) แก่ท่านทั้งสอง กล่าวอ้างว่าเด็กคนนั้นเป็นลูกของตัวทั้งๆที่ตัวเองไม่ได้เป็นพ่อแท้ๆของเขา การทรมานด้วยการใช้ไฟการเผาคนไม่ว่าจะเป็นคนหรือคนตายด้วยไฟ การช่วยเหลือผู้อื่นกระทำความผิด หรือมีส่วนร่วมในการทำผิดทำบาป ล้วนต้องห้ามทั้งสิ้นห้ามเชื่อฟังผู้หนึ่งผู้ใดโดยไม่เชื่อฟังปฏิบัติตามอัลลอฮฺ ห้ามสาบานเท็จ ห้ามสาบานให้ประสบความหายนะหรือภัยพิบัติ ห้ามแอบลอบฟังการสนทนาของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต ห้ามบุกรุกที่ส่วนตัวหรือมองดูส่วนพึงสงวนของผู้อื่น ห้ามแอบอ้างทรัพย์สินหรือผลงานของผู้อื่นมาเป็นของตัวเพื่อโอ้อวด การมองเข้าไปในบ้านของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต การสุรุ่ยสุร่ายฟุ่มเฟือย การสาบานที่จะทำในสิ่งที่ผิด การสอดแนมหรือตั้งข้อสงสัยต่อหญิงชายที่มีคุณธรรม การอิจฉาริษยา การเกลียดชังซึ่งกันและกัน การยืนกรานหรือไม่ยอมละเว้นการกระทำในสิ่งที่ผิด การยโสโอหังหรือรู้สึกว่าตัวเองดีกว่าผู้อื่น แน่กว่าผู้อื่น การชื่นชมยินดีต่อคนที่ยโสโอหัง ห้ามนำสิ่งที่บริจาคไปแล้วเอากลับคืนมาอีก การว่าจ้างที่ไม่ยอมจ่ายค่าจ้าง การให้สิ่งของแก่ลูกๆอย่างไม่เป็นธรรม การยกมรดกทุกสิ่งทุกอย่างเป็นพินัยกรรมมอบให้ผู้อื่น แล้วปล่อยให้ทายาทผู้สืบทอดสกุลต้องอดอยากยากจน ในกรณีเช่นนี้ไม่ควรทำพินัยกรรมควรมอบมรดกให้แก่ทายาทไป ห้ามเขียนพินัยกรรมเกินกว่าหนึ่งในสาม การเป็นเพื่อนบ้านที่ชั่วร้าย การแก้ไขเปลี่ยนแปลงพินัยกรรมเพื่อให้ผู้ใดสูญเสียสิทธิ์ เป็นสิ่งต้องห้าม มุสลิมถูกห้ามละทิ้งหรือโกรธเกลียดพี่น้องมุสลิมเกินกว่าสามวัน นอกจากเป็นมาตรการลงโทษที่ชะรีอฺะฮฺกำหนดไว้เท่านั้น การใช้นิ้วสองนิ้วคีบหินก้อนเล็กๆขว้างปาพี่น้องมุสลิมเป็นที่ต้องห้าม เพราะมันอาจจะทำให้เกิดการบาดเจ็บ ตาบอด ฟันหักได้ ห้ามมอบพินัยกรรมแก่ทายาท เพราะอัลลอฮฺได้กำหนดให้ทายาทรับมรดกอยู่แล้ว ห้ามทำความเดือดร้อนแก่เพื่อนบ้าน ห้ามชี้อาวุธไปยังพี่น้องมุสลิมห้ามหยิบยื่นอาวุธ ที่ไม่สวมปลอกแก่ผู้ใด เพราะมันอาจจะทำให้ผู้รับบาดเจ็บได้ ห้ามเดินแทรกเข้าไประหว่างคนสองคนโดยไม่ได้รับอนุญาต
ห้ามเอาของที่ให้ไปแล้วกลับคืนนอกเสียจากว่าชะรีอฺะฮฺสั่งห้ามสิ่งนั้น

ห้ามให้เงินแก่คนโง่เขลา ห้ามอยากเป็นอย่างคนที่อัลลอฮฺทรงประทานสิ่งต่างๆมากมายแก่เขา ห้ามทำให้การบริจาคสูญเปล่าโดยการรู้สึกเสียดาย การจงใจปกปิดพยานหลักฐานเป็นสิ่งต้องห้าม การกดขี่เด็กกำพร้า หรือการด่าว่า ตำหนิผู้ที่มาขอความช่วยเหลือหรือขอเงินอย่างรุนแรง ก็เป็นสิ่งต้องห้าม ห้ามใช้ยาที่ทำมาจากของหะรอมรักษาโรคเพราะว่าอัลลอฮฺมิได้สร้างยารักษาโรคสำหรับอุมมะฮฺนี้ด้วยสิ่งที่พระองค์ห้าม ห้ามฆ่าสตรีและเด็กในระหว่างทำสงครามกัน การคุยโวโอ้อวดทับถมผู้อื่น หรือการละเมิดสัญญา ก็ถูกห้ามอิสลามห้ามการทรยศต่อความไว้วางใจที่ได้รับ ห้ามขอทานโดยไม่จำเป็นจริงๆ ห้ามทำให้พี่น้องมุสลิมตื่นตกใจหรือแกล้งเอาสิ่งของของพี่น้องมุสลิมไปซ่อน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องล้อเล่นหรือเป็นการกลั่นแกล้งก็ตาม ห้ามเปลี่ยนใจหลังจากที่ได้ให้ของแก่ใครไปแล้ว ยกเว้นกรณีที่เป็นของที่พ่อแก่ลูก ห้ามการบำบัดรักษาโรคโดยไม่มีประสบการณ์ ห้ามการฆ่ามด ผึ้งและนกหัวขวาน ชายห้ามมองเอาเราะฮฺ(อวัยวะพึงสงวน)ของชาย
อื่นและหญิงก็ห้ามมองเอาเราะฮฺ(อวัยวะพึงสงวน)ของหญิงอื่น ห้ามนั่งแทรกกลางระหว่างคนสองคนโดยไม่ได้รับอนุญาต ห้ามทักทาย(ให้สลาม)เฉพาะคนที่รู้จัก เพราะการให้สลามนั้นให้กระทำต่อคนที่รู้จักและไม่รู้จัก ห้ามสาบานที่จะไม่ทำความดี แต่ให้ทำความดีนั้นมากๆ และให้ลบล้างคำสาบานด้วยกัฟฟาเราะฮฺ ห้ามตัดสินพิพากษาการโต้แย้งกันระหว่างคน
สองกลุ่ม ขณะที่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งกำลังโกรธอยู่ หรือการตัดสินที่ลำเอียงเข้าข้างใดข้างหนึ่ง ห้ามเดินถือของมีคมเข้าตลาดเพราะมันทำให้คนอื่นบาดเจ็บได้ หรือไม่ก็มีปลอกหรือฝักห่อหุ้มมันเสียก่อน ห้ามทำให้ผู้อื่นลุกขึ้นเพื่อที่ตัวเองจะได้นั่งแทนที่เขายังมีคำสั่งใช้คำสั่งห้ามอีกมากมาย ที่มีมาเพื่อประโยชน์และความผาสุกของชีวิตส่วนบุคคลและมนุษยชาติทั้งหมด ท่านเคยพบเห็นระบอบดำเนินชีวิตใดบ้างที่จะเทียบกับอิสลามได้ ?

โปรดอ่านทบทวนเนื้อหาทั้งหมดที่อ่านมาอีก แล้วท่านลองถามตัวท่านเองสิว่า มันไม่เป็นที่น่าสงสารอย่างมากยิ่งดอกหรือถ้าหากฉันไม่ได้เป็นหนึ่งในบรรดามุสลิม ? อัลลอฮฺได้กล่าวไว้ในอัล-กุรอานว่า“และถ้าหากผู้ใดแสวงหาดีน(ระบอบแห่งการดำเนินชีวิต)อื่นที่ไม่ใช่อิสลาม มันก็จะไม่เป็นที่ยอมรับสำหรับเขาและในวันอาคิเราะฮฺนั้น พระองค์จะทำให้เขาเป็น
หนึ่งในบรรดาผู้ที่หลงทาง” สูเราะฮฺ อาละ อิมรอน :85ท้ายที่สุดนี้ ฉันหวังว่าท่านผู้อ่านทุกท่านจะได้รับทางนำสู่หนทางที่ถูกต้อง และดำเนินรอยตามความจริงขออัลลอฮฺทรงปกป้องท่านและเราให้รอดพ้นจากความชั่วร้ายทั้งหลายทั้งปวง ชัยคฺ มุหัมมัด ศอลิหฺ อัล-มุนัจญิด จาก Islam Question and Answer www.islam-qa.com คำถามหมายเลข 219

ขอเรียนเชิญท่านผู้อ่าน ร่วมสนับสนุนหนังสือ “เลี้ยงลูกด้วยอิสลาม” เป็นหนังสือที่ย่อมาจากหนังสือ “ตัรบียะตุ้ลเอาลาด ฟิ้ลอิสลาม” – การอบรมเลี้ยงดูบุตรหลาน ตามแนวทางอิสลาม ซึ่งเขียนโดย ท่านอับดุลลอฮฺ นาศิหฺ อุ้ลวาน ร่อหิมะฮุ้ลลอฮฺ ฉบับย่อนี้หนาไม่ต่ำกว่า 400 หน้า เคยลงพิมพ์มาแล้วในวารสาร “ร่มเงาอิสลาม” ประมาณตั้งแต่อันดับที่ 4หรือ5 เรื่อยมาจนปัจจุบันในหนังสือเล่มนี้แบ่งเป็นสามภาค พอสรุปได้ดังนี้ภาคที่ 1 มี 4 บท กล่าวถึงแนวคิดเกี่ยวกับการแต่งงาน ซึ่งมีส่วนเกี่ยวพันต่อการตัรบียะฮฺ กล่าวถึงความรู้สึกทางด้านจิตวิทยาที่มีต่อเด็กๆ กฎเกณฑ์ต่างๆเกี่ยวกับทารกแรกเกิด สาเหตุและอาการของการเบี่ยงเบนออกนอกแนวทางของเด็กๆภาคที่ 2 มี 7 บท กล่าวถึงความรับผิดชอบของมุร็อบบียฺ(หมายถึง ผู้ฝึกอบรมเลี้ยงดู ซึ่งรวมถึง พ่อ-แม่ ครู พี่เลี้ยง เจ้าหน้าที่ฝึกอบรม และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับภาระหน้าที่นี้)ในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การปลูกฝังทางด้านอีมานด้านจริยธรรม ด้านสุขภาพพลานามัย ด้านการรู้จักใช้สติปัญญาไตร่ตรอง ด้านจิตวิทยา ด้านสังคม รวมถึงความสัมพันธ์ทางเพศภาคที่ 3 มี 3 บท กล่าวถึงแนวทางการฝึกอบรมอย่างได้ผลหลักพื้นฐานเกี่ยวกับการตัรบียะฮฺ และคำแนะนำต่างๆขณะนี้เรากำลังแก้ไขและขัดเกลาได้ประมาณ 70 % แล้ว อินชาอัลลอฮฺ อย่างช้าประมาณต้นปี 2552 น่าจะเสร็จ ขออัลลอฮฺโปรดช่วยเหลือ

ไฟล์แนบขนาด
pislam.pdf205.28 KB

ค้นหากุรอาน และรวมลิงค์เพื่อนบ้าน

« กุมภาพันธ์ 2012
อาทิตย์จันทร์อังคารพุธพฤศุกร์เสาร์
1234
567891011
12131415161718
19202122232425
26272829
ค้นหาอัลกุรอานในรูปแบบความหมายภาษาไทย (และอีก 30 ภาษาทั่วโลก) โดย globalquran.com

เว็บไซด์เพื่อการศึกษาอิสลาม ตลอดชีวิต บ้านมุสลิมะฮฺ เชคริฎอ อะหมัด สมะดี กลุ่มมุสลิมเพื่อสันติ หนังสือพิมพ์ประชาชาติอิสลามออนไลน์ ฟัตวาออนไลน์ มูลนิธิอนุรักษณ์มรดกอิสลาม กลุ่มสตรีแห่งทางนำ  ร้านมุอฺมินดีไซน์ หรือว่าพวกเจ้าคิดว่า พวกเจ้าจะได้เข้าสวนสวรรค์ ทั้งๆ ที่อัลลอฮฺยังมิได้ทรงรู้ บรรดาผู้ที่ต่อสู้ (ญิฮาด) ในหมู่พวกเจ้าพร้อมกันนั้น พระองค์ก็จะทรงรู้บรรดาผู้ที่อดทนด้วย อิสลามเริ่มต้นที่บ้าน บ้านแห่งการเรียนรู้...مرآة<br />
:: กระจกเงาสะท้อนเยาวชน ::[Togetherness magazine] ก้าวไป…ด้วยกันร้านบ้านมุสลิม จำหน่ายสินค้ามุสลิมเพื่อมุสลิม Basic to muslimah ยินดีต้อนรับแด่ผู้แสวงหาสัจธรรม
คัดลอกข้อความด้านล่างไปไว้ที่หน้าเว็บของท่าน หากต้องการแลกลิงค์

free counters